ติดต่อลงโฆษณา Tel. 02-630-9938

- กลับไปยังหมวดหลักของกระทู้นี้
  - สิ่งที่อยู่ในกำมือ โดย ส.บุญเรือง
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ กระทู้โดย : ส.บุญเรือง IP ADDRESS : 125.25.29.194 , ,



« เมื่อ 02/08/2006 , 20:29:00 » Send Topic Set to Print Page Edit

เพิงเล็กๆข้างกองขยะ ท่ามกลางแสงแดดและกลิ่นเหม็นตลบอบอวลแสบจมูก
รถสามล้อถีบโกโรโกโสคันหนึ่งจอดนิ่ง ห่างออกไปไม่ไกลนัก ร่างชราผอมซูบสวมหมวกเก่าๆเสื้อผ้าขาดวิ่นนั่งอยู่ ไม้ไผ่ท่อนสั้นๆ ในมือขุดคุ้ย เมื่อพบสิ่งที่พอจะขายได้ก็หยิบใส่ถุงปุ๋ยที่วางไว้ข้างตัวจนเต็มแล้วหิ้วไปเก็บไว้ในรถคู่ชีพ
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน แสงแดดแผดจ้าขึ้น เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างแผ่วเบาจากหลังเพิง ขณะที่เจ้าของรถกำลังก้มๆเงยๆอยู่ท้ายรถ
“อุแว๊! อุแว๊! อุแว๊! อุแว๊!”
ชายสูงวัยชะงัก นัยน์ตาขาวขุ่นมองรอบกองขยะอย่างหวาดระแวง
“อุแว๊! อุแว๊! อุแว๊! อุแว๊!”
เสียงเดิมดังขึ้นอีก
แกเดินตามเสียงไปหลังเพิง แต่แล้วก็หยุดชะงัก สายตาจับจ้องอยู่ที่กล่องกระดาษที่เปิดอ้า อะไรบางอย่างแกว่งกระทบข้างกล่องกุกกัก แกเข้าไปใกล้อีก แล้วก็ตาเบิกโพลงปราดเข้าไปช้อนร่างน้อยที่ผ้าขนหนูพันตัวไว้เหลือเพียงหัวและแขนที่ถูกแดดเผาจนแดงก่ำขึ้นแนบอกอย่างเวทนา
ในเพิงพัก ร่างน้อยถูกวางลงแผ่วเบาบนกล่องกระดาษ ผ้าขนหนูถูกดึงออกพร้อมกับหยอดน้ำเข้าปากที่อ้ารับอย่างหิวโหย มือน้อยๆที่กำไว้แน่นคลายออกอย่างอ่อนล้าเผยให้เห็นอะไรบางอย่างเป็นวงเล็กๆกลางฝ่ามือ
“โธ่เอ๋ย! หมามันยังรักลูก ใครนะช่างใจร้ายทิ้งลูกชายตาดำๆได้ลงคอ”
แกครวญคร่ำออกมาเบาๆ แววตาสลดเมื่อครุ่นคิดถึงสิ่งหนึ่งที่พลัดพรากไปจากอก
ครู่หนึ่ง สามล้อคันนั้นก็แล่นช้าๆออกไปจากกองขยะ

ยามเช้า แสงเงินแสงทองส่องไปยังหมู่เมฆขาวที่ลอยล่องอยู่เต็มท้องฟ้า หมู่นกกาบินออกไปหากินเป็นกลุ่ม เสียงไก่ขันเจื้อยแจ้วดังจะปลุกผู้คนออกทำมาหากิน
ดวงตะวันกลมโตสีแดงเรื่อโผล่พ้นช่องว่างระหว่างหุบเขา ไอหมอกบางปกคลุมสุมทุมพุ่มไม้จนกลายเป็นสีเทาอ่อนไปทั่ว
แสงแดดเริ่มร้อนขึ้นขับไอหมอกจางหาย บนถนนที่ที่ทอดยาวจากแนวเขา แลเห็นจุดดำเล็กๆแล้วค่อยขยายใหญ่ขึ้นเมื่อเข้ามาใกล้ บนสามล้อถีบกลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่ง ชายวัยกลางคนแต่งกายชุดกรรมกรสีน้ำเงินสวมหมวกใบลานสีขาว สองเท้าเกร็งปั่นยิกสองมือกำแฮนด์รถไว้มั่น ใบหน้าเสี้ยมแหลมอิ่มเอิบยิ้มละไม เมื่อได้ยินเสียงเล็กๆที่เบาะท้าย
“เหนื่อยมั้ยจ๊ะ! พ่อชม”
เด็กหญิงวัยหกขวบในชุดนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 1 ร้องถามผู้เป็นพ่อ
“ไม่เหนื่อยหรอกจ้ะ! ลูก”
“เกือบถึงโรงเรียนยังจ๊ะ?”
“เกือบแล้วจ้ะ ลูก”
ครู่ใหญ่ แกก็เลี้ยวรถเข้าไปจอดหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง อุ้มลูกสาวลง เด็กหญิงสะพายกระเป๋าไว้ด้านหลังอย่างทะมัดทะแมง
“เดี๋ยว!ชดช้อย โรงเรียนเลิกพ่อมารับนะลูก”
“ค่ะ สวัสดีค่ะ!พ่อ”
แล้ววิ่งเข้าโรงเรียนอย่างร่าเริงท่ามกลางหมู่เพื่อนที่มารายล้อม
ลุงชมยิ้มยืนมองลูกสาวเข้าห้องเรียบร้อย สักพักแววตาก็สลดลงเปี่ยมแววกังวลล้ำลึก ครู่หนึ่งก็ขับรถสามล้อคู่ชีพออกไปอย่างเชื่องช้า

10 ปีผ่านไป ที่ตลาดสด
ผู้คนเดินขวักไขว่ซื้อหาข้าวของที่ต้องการอย่างคึกคัก
ตาชมขี่สามล้อถีบเก่าๆคันเดิม ผมหงอกขาวโผล่พ้นขอบหมวกออกมา เส้นเอ็นปูดโปนจากน่องและมือผอมซูบเห็นได้ชัด เบาะท้ายว่างเปล่าไร้ผู้โดยสาร รถแกแล่นผ่านคิวสามล้อเครื่องนับสิบคันเข้าหาอาซิ้มคนหนึ่งที่ถือของพะรุงพะรัง แต่สามล้อเครื่องหนึ่งวิ่งแซงแล้วแย่งผู้โดยสารของแกไปอย่างหน้าด้านๆ คนขับวัยหนุ่มรุ่นลูกยังหันมาว่าแกซะอีก
“ลุงชม! เดี๋ยวนี้เค้าวิ่งเป็นคิวแล้ว คิวนี้เป็นคิวของผม ลุงไม่เปลี่ยนรถ ไม่จดทะเบียนคิวจะมาหากินแถวนี้ไม่ได้นะ ตำรวจจับไม่รู้ด้วยนา”
ตาชมไม่ตอบโต้ ได้แต่ขับรถคู่ชีพออกไปเงียบๆแววตานิ่งเฉยราวไร้ความรู้สึก เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยตั้งแต่ความเจริญเข้ามาถึงอำเภอ มีไฟฟ้า น้ำประปา รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ รถบัสโดยสารขนาดใหญ่และที่สำคัญรถสามล้อเครื่องที่รับส่งผู้โดยสารได้รวดเร็ว จนสามล้อถีบของแกเป็นพาหนะที่ล้าสมัยไปโดยปริยาย ผู้คนที่เคยใช้บริการของแกก็เปลี่ยนไปใช้สามล้อเครื่องกันหมด รายได้ที่เคยเป็นกอบเป็นกำหดหายไปจนน่าใจหาย ยังดีที่แกมีบ้าน หลังบ้านขุดสระเลี้ยงปลา มีพืชผักสวนครัว ทำให้มีความเป็นอยู่อย่างพอเพียงไม่อัตคัดขัดสนมากนัก แต่ก็ยังมีผู้ที่นิยมใช้รถแกอยู่บ้าง ก็พวกหนุ่มสาวที่อยากอยู่ใกล้ชิดกันนานๆ แกก็พาไปตามแหล่งท่องเที่ยวที่พอมีอยู่บ้าง เช่น ตามสวนสาธารณะ
หน้าโรงหนังแห่งหนึ่ง
สามล้อถีบจอดนิ่งสนิทอยู่ใต้ต้นจามจุรี ตาชมนอนทอดตัวอยู่เบาะหลัง แววตาเหม่อลอยมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย นานๆจึงจะมองเข้าไปในโรงหนังสักครั้งหนึ่ง
หนังจบแล้ว ผู้คนทยอยเดินออกมา ตาชมรีบลุกขึ้นลงมายืนรอ สายตาฝ้าฟางของแกมองไปยังกลุ่มคนโดยเฉพาะที่มาเป็นคู่หรือครอบครัวที่มีเด็กเล็กๆ ฉับพลันสายตาก็หยุดนิ่งที่หนุ่มสาวคู่หนึ่ง ไอ้หนุ่มแกรู้จักดี ไอ้ขี้ยาหุ่นผอมบางที่ไม่เอาการเอางานดีแต่ไถเงินพ่อแม่ไปวันๆ ส่วนเด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายนี่สิ แค่เห็นแวบเดียวก็จำได้เพราะเห็นทุกวัน..ชดช้อย ลูกสาวคนเดียวของแกนั่นเอง หนีเรียนมาดูหนังกับผู้ชาย
ตาชมกำมือแน่นนัยน์ตาแดงก่ำวาวโรจน์ ในกำมือของแกเต็มไปด้วยความโกรธ เจ็บปวด ผิดหวัง เสียใจกับคนที่แกรัก ห่วงที่สุดในชีวิต
ไม่รู้ว่า แกปราดเข้าไปถึงร่างของหนุ่มสาวทั้งคู่ได้อย่างไร ฝ่ามือหยาบกร้านตบผัวะเข้าที่แก้มนวลจนหน้าสะบัด สาวน้อยร้องไห้โฮด้วยความเจ็บและอับอายมือกุมแก้มไว้แน่น
“กลับบ้าน”
เสียงสั่นแหบพร่าด้วยความโกรธดังลั่นจนทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว ไอ้หนุ่มขี้ยาถือโอกาสหลบฉากออกไปอย่างรวดเร็ว
สามล้อถีบแล่นอย่างเร็วด้วยแรงอารมณ์ของผู้ขับขี่ ผู้นั่งเบาะท้ายเงียบกริบตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว จนรถแล่นเข้ามาจอดใต้ถุนกระท่อมน้อยในดงกล้วยนอกเขตชุมชนหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นที่พักอาศัย
“อ้าว! วันนี้พ่อทำไมกลับแต่หัววัน อ้าว!ชดช้อย วันนี้ทำไมมากับพ่อได้ล่ะลูก”
ยายชื่นหญิงชราผู้เป็นเมียและแม่ทักทาย เด็กสาวไม่ตอบเดินกุมแก้มขึ้นบันไดเก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง
“อ้าว!เกิดอะไรขึ้นหละพ่อ?”
ยายชื่นหันมาถามผัวอย่างงุนงง
“ก็ลูกสาวแกนะสิ หนีเรียนไปดูหนังกับผู้ชาย ฉันเจอที่หน้าโรงหนัง เลยกระชากซะหน้าหัน ก่อนที่จะพากลับบ้านนี่แหละ แกไปถามซิ จะเรียนหรือไม่เรียน ถ้าไม่เรียนจะได้ไปลาออก”
“ไอ้ฉันก็สงสัยมานาน ขอไปค้างบ้านเพื่อนตั้งหลายครั้ง ไม่รู้เพื่อนจริงหรือไอ้เพื่อนที่ไปดูหนังด้วยกันวันนี้ เฮ้อ! ลูกหนอลูก”
“ลูกฉันคนเดียวซะเมื่อไหร่ล่ะ แกก็ทำรุนแรงกับลูกเกินไป พูดดีๆก็ได้”
“แกก็เป็นแบบนี้ เข้าข้างลูกจนจะเสียคนแล้ว รู้บ้างไหม”
แกตวาดใส่ยายชื่น
“ฮึ! ไม่พูดด้วยแล้ว กวนประสาท ไปดูลูกดีกว่า”
แล้วยายชื่นก็งอนป่องๆขึ้นบนบ้าน
ตาชมสั่นหัวกับตัวเองแล้วทรุดตัวเอนหลังลงกับแคร่ไม้ไผ่อย่างอ่อนล้า วันนี้แกกลับบ้านมือเปล่าไร้ซึ่งเศษเงินแม้เพียงบาทเดียว เศษเงินซึ่งเป็นรายได้ของวันนี้ทั้งวัน
นึกถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ค่าเล่าเรียนของลูก ค่ากินค่าอยู่ ค่ามดค่าหมอยามเจ็บป่วย นึกถึงเงินในกระปุกออมสินที่มีอยู่เพียงน้อยนิดแล้วก็ท้อ หลับตาลงถอนหายใจยาว มือก่ายหน้าผากอย่างกลัดกลุ้ม ครุ่นคิดหาวิธีการเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว

วันรุ่งขึ้น
ตาชมถีบสามล้อหาผู้โดยสารอย่างอ่อนล้า แต่ไม่ได้เลยแม้รายเดียว แกจอดรถพักใต้ร่มไม้นั่งทอดอาลัยอยู่เบาะหลัง สายตาเหม่อมองอย่างไร้จุดหมาย แต่แล้วก็สะดุดอยู่ที่ป้ายหน้าตึกแถวเปิดใหม่ห้องหนึ่ง
“รับซื้อของเก่า”
แกเพ่งมองอย่างสนใจแล้วเดินเข้าไปอย่างกล้าๆกลัวๆ
“อ้าว!ลุง มีอะไรมาขายหรือเปล่า?”
ชายหนุ่มเจ้าของร้านเดินออกมาถาม
“เปล่าครับ ผมแค่อยากถามว่ามีอะไรมาขายได้มั่งแค่นั้นแหละครับ”
แกตอบอย่างขัดเขิน
“อ๋อ! ขายได้ทุกอย่างแหละครับ เหล็ก อลูมิเนียม ขวด กระดาษ ถุงพลาสติก ลุงดูราคารับซื้อที่นี่ครับ” แล้วชายหนุ่มก็หยิบกระดาษให้แกแผ่นหนึ่ง แกรับมาอ่านด้วยความดีใจแล้วเดินออกจากร้านขี่รถสามล้อหายไป
ครู่ใหญ่แกก็กลับมาพร้อมกับเศษขยะสิ่งของเหลือใช้ที่เก็บมาเต็มรถ แล้วก็กลับออกไปพร้อมกับเงินในกระเป๋า วันนั้นทั้งวันแกตระเวนเก็บขยะอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย วนเข้าออกร้านรับซื้อของเก่าหลายรอบ
จนบ่ายคล้อยถึงได้จอดรถพัก มือล้วงกระเป๋าแล้วดึงกลับออกมา ในมือมีธนบัตรสีเขียวสีแดงและเหรียญเต็มกำ ริมฝีปากเหี่ยวย่นยิ้มอย่างปลื้มปิติ เงินที่หายากหาเย็นจากการขี่รถรับจ้าง แต่วันนี้แกหาได้เป็นร้อย..จากการเก็บขยะ
กลิ่นไก่ย่างลอยตามลมมาแตะจมูก ไก่ย่างที่แกและครอบครัวไม่ได้ลิ้มรสมานาน
“แม่ชื่น ลูกชดช้อยเอ๋ย วันนี้แหละจะเป็นวันพิเศษสำหรับครอบครัวของเรา ต้องฉลองกันหน่อยแล้ว” แกครุ่นคิดระหว่างเดินไปซื้อ แล้วขี่รถกลับบ้านอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง
กระท่อมน้อยในดงกล้วยวันนี้เงียบเชียบคล้ายกับไม่มีคนอยู่ ตาชมจอดรถใต้ถุนบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แขวนหมวกไว้แล้วร้องเรียกลูกเมีย
“แม่ชื่น ชดช้อย มาดูนี่เร็ว วันนี้พ่อมีอะไรมาฝาก”
“แม่ชื่น แม่ชื่น”
แกเรียกซ้ำ เหมือนเดิม มีแต่ความเงียบ จึงปลดถุงไก่ย่างจากแฮนด์รถไต่บันไดขึ้นบ้าน ก็เห็นเมียนั่งซึมกระทืออยู่เพียงลำพัง ทันทีที่เห็นหน้าผัว แม่ชื่นน้ำตาร่วงพรู
“พ่อ! นังช้อย นังช้อย”
“ทำไม แม่ชื่น ชดช้อยทำไม”
แกตกใจนั่งลงวางถุง เขย่าตัวเมียเตือนสติ
“นังช้อย หนีเราไปแล้ว ขนเสื้อผ้าไปหมด เงินในกระปุกก็เอาไปหมดเลย”
แล้วปล่อยโฮออกมาอย่างเสียใจ
ตาชมหน้าเสีย ปากสั่นระริกคอตกน้ำตาคลอเบ้าแล้วหยาดหยดลงสู่พื้น ความรัก ความหวังสูญสลายไปกับน้ำตาจนหมดสิ้น หมดแรงปล่อยมือออกจากบ่าเมียอย่างอ่อนล้า

แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : สิ่งที่อยู่ในกำมือ(ต่อ) IP ADDRESS : 125.25.29.194 , ,



« Reply #1 เมื่อ 02/08/2006 , 20:29:55 » Edit
สองปีผ่านไป
กระท่อมน้อยในดงกล้วยก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่กล้วยออกดอกออกผลหวีอวบใหญ่หลายต้น
ร่างชราผมหงอกขาวของตาชมกำลังพรวนดินแปลงผักอย่างขะมักเขม้น ผักกาดในแปลงอวบงามเขียวขจี ในสระน้ำฝูงปลาว่ายวนหากินอย่างอิสระ
ใต้ถุนบ้าน รถสามล้อจอดนิ่ง ยายชื่นนอนอยู่บนแคร่ ตาหรี่ปรือ มือถือเชือกผูกเปลดึงเข้าหาตัวช้าๆ เปลผ้าขาวม้าที่ผูกกับเสาบ้านแกว่งไกวไปมาตามแรงดึง เสียงกล่อมสั่นสะท้านดังจะฝากลมถึงผู้อยู่ห่างไกล
“เจ้านกกาเหว่าเอย ไข่ไว้ให้แม่กาฟัก แม่กาก็หลงรัก คิดว่าลูกในอุทร คาบเอาข้าวมาเผื่อ คาบเอาเหยื่อมาป้อน ถนอมไว้ในรังนอน ซ่อนเหยื่อมาให้กิน ปีกเจ้ายังอ่อนคลอแคล ท้อแท้จะสอนบิน แม่กาพาไปกิน ที่ปากน้ำพระคงคา..”
เด็กน้อยในเปลหลับไปแล้ว แต่คนกล่อมยังไม่หลับ น้ำใสๆไหลออกจากตาที่เหี่ยวย่นเป็นสาย ขณะที่ตาชมฟังเสียงกล่อมน้ำตาซึมด้วยความคิดถึงลูก ที่เมียเคยกล่อมด้วยเพลงบทนี้
เสียงรถยนต์โดยสารดังอยู่หน้ากระท่อมครู่แล้วหายเงียบไป
หญิงสาวหน้าตาซีดเซียวหิ้วกระเป๋ารีๆรอๆอยู่ ครู่หนึ่งจึงเดินเข้ามาช้าๆเหมือนกลัวอะไรสักอย่าง จนหยุดนิ่งอยู่หน้าแคร่ใต้ถุนบ้าน ยายชื่นปาดน้ำตาลุกขึ้นนั่งเขม้นมองผู้อยู่ตรงหน้าตาเบิกกว้างด้วยความดีใจ
“ชดช้อยของแม่ ชดช้อย พ่อจ๋า ชดช้อยลูกเรากลับมาแล้ว”
แกร้องบอกผัว แล้วผวาเข้ากอดลูกน้ำตาร่วงพรูออกมาอีก ขณะที่ลูกสาวทรุดลงกราบแทบเท้าร่ำไห้
“แม่จ๋า หนูขอโทษ”
ตาชมรีบวิ่งมา พอเห็นลูกแกก็ยืนนิ่ง ความรู้สึกหลายอย่างประดังประเดจนพูดอะไรไม่ออกน้ำตาไหลซึม
“พ่อจ๋า หนูขอโทษ หนูผิดไปแล้ว”
ชดช้อยถลาเข้ามากราบแทบเท้า น้ำตาลูกหยาดหยดลงหลังเท้าผู้เป็นพ่อจนเปียกชุ่ม แกทรุดตัวลงโอบกอดผู้เป็นแก้วตาดวงใจของแกไว้แน่น ยายชื่นเดินมากอดสองพ่อลูกไว้ด้วยความปลื้มปิติ
“พ่อจ๋า มัน มันทิ้งหนูไปแล้ว มันไม่รับผิดชอบอะไรเลย”
หญิงสาวบอกพ่อทั้งน้ำตา
ตาชมยิ้ม มือหยาบกร้านปิดปากลูกไว้ แล้วพูดขึ้นอย่างอ่อนโยน
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้วลูก พ่อรู้ รู้ตั้งแต่ก่อนที่เอ็งจะคบกับมันซะอีก”
“ไม่เป็นไรหรอกลูก แม้จะเกิดอะไรขึ้น พ่อกับแม่ก็ไม่โกรธ ยังรักและให้อภัยเอ็งได้เสมอ อยู่ด้วยกันที่นี่แหละลูก อย่าหนีพ่อกับแม่ไปไหนอีกเลย นี่คือบ้านของเรา เราก็มีกันอยู่แค่นี้ ปลูกผักปลูกหญ้ากินกันไปตามมีตามเกิด เราก็มีความสุขกันได้นะลูก”
หญิงสาวทรุดลงกราบแล้วเกลือกกลิ้งใบหน้ากับหลังเท้าพ่ออย่างซาบซึ้งและสำนึกผิด
“แง๊!แง!”
เสียงหนึ่งดังขึ้น ยายชื่นรีบถลันเข้าไปอุ้มเด็กชายวัยสี่เดือนออกมาจากเปล
“โอ๋! โอ๋! อย่าร้อง บุญรอดอย่าร้อง มาดูซิ ใครมา มาดูพี่ชดช้อยซิ”
หญิงสาวลุกขึ้นทำหน้างงงวย ตาชมจูงมือลูกสาวไปดูพร้อมกับคุย
“เจ้าบุญรอด เป็นเด็กที่พ่อเก็บมาจากกองขยะเมื่อสองสามเดือนที่แล้ว ไม่รู้ลูกเต้าเหล่าใคร ไอ้แม่ก็ช่างใจร้าย ทิ้งลูกได้ลง”
ชดช้อยหน้าซีดขาว ใจสั่นเหมือนจะเป็นไข้ กลั้นใจถามพ่อด้วยน้ำเสียงแผ่ว
“เก็บมาจากไหนนะจ๊ะ! พ่อ”
เมื่อได้คำตอบชัดเจน เธอรีบถลาเข้าไปหาเด็กชาย แบมือน้อยๆออกดูสิ่งที่อยู่ในกำมือ เมื่อเห็นปานดำเป็นวงเล็กๆกลางฝ่ามือเท่านั้น เธอถึงกับทรุดตัวลงหมดสติไปทันที
“ชดช้อย ชดช้อย เป็นอะไรไปลูก”
สองผัวเมียพากันส่งเสียงร้อง ยกร่างลูกวางบนแคร่บีบนวดให้ด้วยความตกใจ
ส.บุญเรือง
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : นิรันดร IP ADDRESS : 91.63.91.14 , ,



« Reply #2 เมื่อ 28/08/2009 , 04:44:29 » Edit
มาแอบอ่าน
ตอบกลับกระทู้นี้
  ไอคอนข้อความ :
** ชื่อ : สมัครสมาชิก : เข้าสู่ระบบ
** Security Code : ! ใส่ Code ตามที่ปรากฏที่ภาพด้านข้าง
กรุณากด F5 หาก Security Code ไม่แสดงผล
  อีเมล์ :
  รูปภาพประกอบ : ขนาดไม่เกิน 100KB **สมาชิกเท่านั้น
(BBZnet.com เพิ่มเนื้อที่เก็บภาพให้แต่ละบอร์ดมากถึง 1GB ต้องการมีเว็บบอร์ดของตัวเอง คลิกที่นี่เพื่อสมัครสมาชิก)
  ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
** ข้อความ :

ไอคอนอื่นๆ
  ใช้ไอคอน
B i U URL CENTER IMG Li Font QUOTE Special Tag
( เปลี่ยนไปใช้งานแบบ HTML Editor Mode, ต้องการ IE6+ และเปิดใช้งาน Java Script )
    คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ webmaster@bbznet.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ABUSE REPORT!!! / แจ้งลบหน้าที่ไม่เหมาะสม close [x]

[ Thaimisc.com | BBZnet.com | Be2Hand.com | O2blog.com | ManyFile.com | Pukpik.com | Free Webboard | Free Forums ]
Our services
ฝาก Server : colocation | co-location | colo
ซื้อ Server : server dell | ซื้อserver | ราคา server | dell server
ฝากเวบไซต์ : hosting | web hosting | windows hosting | hosting windows
E-commerce : เสื้อผ้า | เสื้อผ้าแฟชั่น | Old Coins | Old Stamps