ติดต่อลงโฆษณา ในเวปบอร์ดนี้

Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code

วิสัยทัศน์อาเซียน 2558

- กลับไปยังหมวดหลักของกระทู้นี้
  - วิสัยทัศน์อาเซียน 2558
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ กระทู้โดย : ภู IP ADDRESS : 114.128.15.167 , ,



« เมื่อ 06/03/2009 , 19:35:13 » Send Topic Set to Print Page Edit



ผมพยายามจะติดตามผลจากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน(ASEAN: Association of South East Asian Nations) ทั้ง 10 ชาติ ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ว่าด้วยกรอบข้อตกลงในด้านต่างๆ แต่ดูแล้ว ผลการประชุมคราวนี้ มุ่งเน้นไปสู่การเจรจาต่อยอดในระดับทวิภาคีและพหุภาคีว่าด้วยเรื่องการกำหนดราคาร่วมของสินค้าอาเซียนมากกว่า โดยเฉพาะข้าวที่มีไทยกับเวียดนามผลิตป้อนตลาดรวมกันกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณข้าวที่มีจำหน่ายในตลาดโลก เรื่องนี้ที่จริงก็เป็นผลดีนั่นแหละครับ (แม้อาจหวังการเมืองในประเทศเป็นหลัก) เพียงแต่มันยังไม่ใช่ข้อตกลงในความหมายของอาเซียน

มีอยู่เรื่องหนึ่งที่อาจจะเป็นพัฒนาการของอาเซียนที่คาดหวังจริงๆ ซึ่งยังไม่อาจเกิดขึ้นจากการประชุมในครั้งนี้ แต่เป็นวิสัยทัศน์ที่ประธานอาเซียน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หยิบขึ้นมาพูด นั่นก็คือการก้าวไปสู่ “ประชาคมอาเซียน” ภายในปี 2558

หากอีก 6 ปีข้างหน้าเกิดประชาคมอาเซียนขึ้นจริง ก็จะกลายเป็นพัฒนาการอีกขั้นของรัฐ-ชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งวันนี้ยังไม่เห็นถึงความพร้อมสำหรับรองรับความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา ของประชากรอาเซียนกว่า 500 ล้านคน นอกเหนือจากการพัฒนาเส้นทางที่เชื่อมอาเซียนไปสู่จีน ซึ่งก็ดูจะเป็นความพยายามที่เกิดจากจีนเสียมากกว่า ในการที่จีนต้องการจะมีบทบาทเหนือกลุ่มอาเซียน แทนที่มหาอำนาจเดี่ยวหลังยุคสงครามเย็นเช่นสหรัฐอเมริกา

การที่สหรัฐอเมริกากลายเป็นชาติมหาอำนาจ เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็นการก้าวขึ้นมาพร้อมกับทุนนิยมเสรีและประชาธิปไตย แต่ถึงวันนี้ ซึ่งที่จริงผมไม่อยากอธิบายยืดยาว หากวิกฤติเศรษฐกิจรอบปัจจุบันได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ทุนนิยมเสรีหรือบรรษัทที่อยู่เหนือรัฐชาตินั้นหาได้เกิดขึ้นจริงอย่างถาวร การล้มลงของAIG จนต้องแปรสภาพไปคล้ายรัฐวิสาหกิจ หรือให้รัฐเข้าไปโอบอุ้ม ยืนยันว่านโยบายทางเศรษฐกิจแบบผสมเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ และยืนยันอีกด้วยว่า ดังนั้น “ทุน” กับ “รัฐ” จึงไม่อาจแยกจากกันอย่างเด็ดขาด นายทุนจึงต้องโอบอุ้มพรรคการเมือง หรือเข้าไปมีส่วนในการเมืองระดับชาติ เพื่อขยายและพยุงกิจการ โดยมีรัฐเป็นประกัน และประชาชนโดยรวมเป็นผู้แบกภาระหนี้เหล่านั้นให้พวกเขา ในฐานะผู้จ่ายภาษี

ผมย้อนกลับไปที่ความหมายของประชาธิปไตย พบว่าต้องย้อนไป 800 ปีก่อนคริสตกาล ในยุคที่โสคราติส เริ่มสอนลูกศิษย์ชาวเอเธนส์ (กรีก) ของเขา ให้รู้จักกับวิชาตรรกศาสตร์และหลักการประชาธิปไตย แต่เวลาเนิ่นนานถัดจากนั้นไปอีกตั้งกว่า 2,000 ปี จึงได้เกิดรัฐชาติสมัยใหม่ขึ้นจากสนธิสัญญาสันติภาพเวสต์ฟาเลีย ในปี 1648(พ.ศ.2191) ที่ประเทศเยอรมัน ทำให้ผู้นำทางศาสนาคริสต์หมดอำนาจชี้นำผู้ปกครองรัฐ และทำให้รัฐต่างๆ มีอิสระที่จะปกครองตนเองภายใต้กฎหมายและอาณาเขตที่ชัดเจน รัฐอื่นนอกอาณาเขตจะล่วงละเมิดมิได้

อย่างไรก็ตาม ความหมายของรัฐสมัยใหม่โดยภาพรวมของประเทศต่างๆ ในอาเซียน เพิ่งจะเกิดขึ้นภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1945(พ.ศ.2488) ดังเคยกล่าวถึงมาแล้ว และถัดจากนั้นเพียงยี่สิบสองปีจุดเริ่มต้นของอาเซียนก็เกิดขึ้น ภายใต้ปฏิญญากรุงเทพฯ เพื่อป้องกันการแผ่ขยายของลัทธิคอมมิวนิสต์ และการรับรองความเป็นรัฐของชาติสมาชิก ซึ่งมีสมาชิกเริ่มแรก 5 ชาติ คือ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และสิงคโปร์

มองอาเซียนจากจุดเริ่มต้น ผมจึงเห็นว่าวิสัยทัศน์อาเซียนภายในปี 2558 ที่นายอภิสิทธิ์กล่าวถึง เป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะอาเซียนมีพัฒนาการที่ต่อเนื่องมาจากการรับรองความเป็นรัฐชาติสมัยใหม่ และจริงหรือที่อาเซียน 10 ประเทศในปัจจุบัน จะกล้าก้าวกระโดดไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ทั้งที่ปัญหา “ชาติ” ที่อยู่ภายในรัฐต่างๆ ของอาเซียน ยังคงคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา ทั้งชาติภายในพม่า ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งน่าจะส่งผลไปถึงปัญหาความปลอดภัยในการไปมาหาสู่ ภายในประชาคมอาเซียน

นอกจากนี้ เรายังไม่ได้กล่าวถึงความเหลื่อมล้ำทางโอกาส การศึกษา รายได้ และความแตกต่างด้านศาสนา ที่เป็นผลให้มนุษย์เกิดการสู้รบกันมาตลอดประวัติศาสตร์ มีสิ่งเดียวที่จินตนาการได้หากต้องการให้เกิดประชาคมอาเซียนขึ้นจริง ก็คือต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของอาเซียนร่วมกันขนานใหญ่ และแน่นอน ว่านั่นจะเป็นผลประโยชน์อีกมหาศาลที่บรรษัทซึ่งผูกพันกับรัฐในอาเซียน โดยเฉพาะบรรษัทของนักการเมือง จะได้รับอานิสงฆ์อย่างเกินคุ้มค่าแรง

ผมคิดไว้แค่ว่าจะมีการพยายามพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของอาเซียนขึ้นในอนาคตเท่านั้นแหละครับ และแอบคิดต่อไปถึงการพัฒนาการศึกษาของชาติต่างๆ ในอาเซียน เพื่อรองรับกับความเจริญอย่างครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค ด้วยอาจมีการแข่งขันกันของแรงงานฝีมือ ในการเข้าถึงอาชีพ กฎหมายการถือครองที่ดินก็อาจต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อดึงดูดการลงทุน ซึ่งนั่นจะทำให้ที่ดินในอนาคตมีราคาแพงขึ้นอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการเข้ามาของกลุ่มทุนสิงคโปร์

หากว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นเพียงปาหี่เพื่ออนุมัติโครงการก่อสร้างขนานใหญ่ และการปั่นราคาที่ดินในประเทศไปทันที ตราบใดที่ปัญหาเชื้อชาติต่างๆ ที่อยู่ภายใน 10 รัฐของอาเซียนไม่ได้ยุติลงไป ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ผมเพียงแต่ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ แต่หากทุกอย่างมุ่งก้าวไปสู่วิสัยทัศน์ 2558 อย่างแท้จริง บางทีก่อนถึงเวลานั้น เราอาจมีโอกาสได้ต้อนรับประเทศสมาชิกอาเซียนใหม่เพิ่มขึ้นอีก ไม่ใช่อื่นไกล แต่เกิดจากการแยกตัวออกมาของชาติที่อยู่ใน 10 รัฐอาเซียนเดิมนั่นเอง

มีประเทศไหนบ้าง ยังไม่รู้ตอนนี้หรอกครับ..

แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : ฟ้า IP ADDRESS : 180.183.144.226 , ,



« Reply #1 เมื่อ 29/11/2011 , 15:13:27 » Edit
อาไรอ่านไม่รู้เรื่อง
Bimonlovefriend_35@hotmail.com
ตอบกลับกระทู้นี้
  ไอคอนข้อความ :
** ชื่อ : สมัครสมาชิก : เข้าสู่ระบบ
** Security Code : ! ใส่ Code ตามที่ปรากฏที่ภาพด้านข้าง
กรุณากด F5 หาก Security Code ไม่แสดงผล
  อีเมล์ :
  รูปภาพประกอบ : ขนาดไม่เกิน 100KB **สมาชิกเท่านั้น
(BBZnet.com เพิ่มเนื้อที่เก็บภาพให้แต่ละบอร์ดมากถึง 1GB ต้องการมีเว็บบอร์ดของตัวเอง คลิกที่นี่เพื่อสมัครสมาชิก)
  ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
** ข้อความ :

ไอคอนอื่นๆ
  ใช้ไอคอน
B i U URL CENTER IMG Li Font QUOTE Special Tag
( เปลี่ยนไปใช้งานแบบ HTML Editor Mode, ต้องการ IE6+ และเปิดใช้งาน Java Script )
    คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ webmaster@bbznet.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด