images by free.in.th


ติดต่อลงโฆษณา ในเวปบอร์ดนี้

Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code

ดอกไม้เปลี่ยนสี (ตอนพิเศษ)

- กลับไปยังหมวดหลักของกระทู้นี้
  - ดอกไม้เปลี่ยนสี (ตอนพิเศษ)
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ กระทู้โดย : มน. IP ADDRESS : 58.9.200.117 , ,



« เมื่อ 17/12/2007 , 16:47:46 » Send Topic Set to Print Page Edit


ดอกไม้เปลี่ยนสี (ตอนพิเศษ)
มน. เขียน



http://picdb.thaimisc.com/she1/945-10.jpg


ตาเบบูญ่าเริ่มโปรยกลีบลงบนฟุตบาธเช่นเคยเหมือนทุกๆ ปีที่ผ่านมา สีชมพูเบาบางบนกลีบยับย่นทำให้หัวใจนานาอ่อนหวานทุกคราวที่มองเห็น

เธอช่างมีความหลังฝังใจกับดอกไม้ชนิดนี้...ครั้งแรก นานารู้จักมันจากนิยายเรื่องหนึ่ง เวลาในขวดแก้ว ของประภัสสร เสวิกุล เรื่องของนัตกับป้อม ที่ทำให้เธอร้องไห้ตาบวมจนถูกแม่ค้อนเอา ค่าที่เธอไม่เคยร้องไห้สะเทือนอารมณ์กับนิยายของแม่สักเรื่อง

และต่อมาอีกครั้ง ก็กับชายหนุ่มคนหนึ่ง...

พี่ตรังค์...ที่นานาเคยรู้สึกหวานไหวไปกับเขา...ยังจำได้ถึงวันที่เขานัดเธอไปพบในงานแสดงภาพของเพื่อน ครั้งนั้นตาเบบูญ่าก็บานสะพรั่งร่วงพรูเต็มถนนเหมือนกัน ยังจำได้ดี แม้วารนั้นจะผ่านไปหลายปีแล้ว...

เขาเป็นอย่างไรบ้างนะ นานาไม่เคยได้ข่าวเขาอีกเลย เห็นข่าวแวบๆ จากนิตยสารบางเล่มว่าเขาคบหาอยู่กับดารานางแบบคนหนึ่ง...ก็ไม่รู้ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

หลายปีที่ผ่านมา นานาวุ่นวายอยู่กับการทำงานที่ต้องเดินทางไปมา จนแทบไม่ได้พัก เหนื่อย...แต่ก็สนุก เธอได้เรียนรู้อะไรมากมายจากงานที่ทำ

นานาได้งานในองค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศที่เข้ามาทำโครงการเกี่ยวกับเด็กและผู้หญิงที่ประสบภัยจากเหตุการณ์สึนามิเมื่อหลายปีก่อน

ประสบการณ์จากการเป็นอาสาสมัครรับโทรศัพท์ให้คำปรึกษาคนติดเชื้อ แม้จะไม่เกี่ยวกับงานที่ทำตอนนี้โดยตรง แต่ก็ช่วยเธอได้มาก อย่างน้อยมันก็ทำให้เธอได้รับการคัดเลือกให้มาทำงานเป็นคนแรกๆ

นานาประจำอยู่สำนักงานใหญ่และต้องลงพื้นที่ พร้อมๆ กับต้องบินไปประชุมที่นั่นที่นี่แทบทุกเดือน พ่อกับแม่ รวมทั้งพี่นภ เป็นห่วงกันเสียนักในตอนแรก ก็ไม่มีใครคิดว่า ‘คุณหนู’ อย่างเธอจะสามารถทำงานที่ดูหนักเอาเรื่องขนาดนี้ได้ ทุกคนคิดว่านานาจะต้องประจำในกองบรรณาธิการนิตยสารผู้หญิงหัวนอกสักเล่ม ที่โฉบฉายอยู่ตามงานเปิดตัวสินค้าหรูหราในสถานที่สุดเท่ เช่นเดียวกับที่คำหอมทำอยู่

แต่เธอกลับไม่ได้เลือกงานเช่นนั้น

นานาอยากเห็นโลกที่กว้างขึ้น และไม่ใช่การมองเห็นผ่านการท่องเที่ยวช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เช่นหนุ่มสาวในเมือง ที่กลายมาเป็นมุมมองแสนโรแมนติกผ่านภาพถ่าย

เธอแค่อยากเห็น อยากคลุกคลีกับมันมากกว่าช่วงเวลาท่องเที่ยววันหยุด แค่อยากขยายขอบฟ้าของเธออกไปกว่าเดิม...ก็แค่นั้นเอง

ลมร้อนพรูพรายแตะต้องผิว...เงยหน้ามองขึ้นไป เห็นกลีบสีชมพูเจือจางยังเกาะติดกิ่งก้านเก้งก้างที่แทบไม่หลงเหลือใบสีเขียวติดลำต้น...ปีนี้ดูเหมือนฤดูร้อนจะมาถึงเร็วกว่าทุกปี

แท็กซี่สีลูกกวาดวิ่งมาแต่ไกล...นานาโบกมือเรียก...เธอกำลังจะไปติดต่อสถานที่สำหรับแสดงงานภาพวาดของเด็กๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์สึนามิ...

++++

หญิงสาวลงรถที่ริมถนนสายเล็กนั่น ตึกไม้เก่าแก่เรียงรายตามแนวถนน ทำให้รู้สึกเหมือนพลัดหลงมายังสมัยเมื่อสิบยี่สิบปีก่อน...

ร้านหนังสือกึ่งร้านกาแฟร้านนั้นเปิดแล้ว หญิงสาวยืนลังเลอยู่หน้าร้านครู่หนึ่งก่อนจะผลักประตูกระจกเข้าไป แล้วก็ไม่เห็นใครสักคน นอกจากหนังสือที่เรียงเป็นตับตามชั้น กับเคาน์เตอร์กาแฟเล็กๆ ด้านในสุด

นานายืนคว้าง...ทำไมไม่มีใครเลย หันรีหันขวาง ไม่รู้จะทำอะไรดี ก็เลยเดินไปก้มๆ เงยๆ อยู่ตามชั้นหนังสือ หยิบเล่มนั้นเล่มนี้ออกมาดู...แล้วก็ยิ้มอยู่คนเดียว ต้นส้มแสนรัก หนังสืออีกเล่มที่ทำให้เธอร้องไห้สมัยเด็กๆ ถูกนำมาพิมพ์ใหม่ ในรูปเล่มเรียบง่ายกะทัดรัด ราคาถูกแสนถูกเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับมากมายจากหนังสือ เธอจะซื้อไปหลายเล่มฝากเด็กๆ ที่นั่น หญิงสาวหยิบหนังสือเล่มเดียวกันที่มีในชั้นทั้งหมดออกมาวางไว้ เธออยากให้เด็กๆ ประทับใจแบบเดียวกันกับที่เธอเคยได้รับ

นานาเพลิดเพลินอยู่กับการเลือกหนังสือ จนไม่ทันเห็นว่ามีใครออกมายืนมองเธออยู่เงียบๆ สายตาคนมองเหมือนกำลังมองภาพเขียนสวยๆ เป็นภาพของหญิงสาวผมสั้น สวมเสื้อสีส้มเจือจางกับกระโปรงยาวสีเบจ วงหน้าสะอาดหมดจดที่ดูกำลังถูกอกถูกใจอะไรสักอย่าง มือไม้ที่เจ้าตัวหยิบจับหนังสืออย่างทะนุถนอม ช่างเพลินใจจนไม่อยากละสายตาไปไหน ทั้งยังไม่อยากส่งเสียงใดๆ ที่จะทำให้ภาพสวยงามที่เห็นหยุดชะงักลง

แต่ก็ต้องหยุด เมื่อคนถูกมองหันมาเจอเข้า...ก็คงจะรู้สึกตัวว่ามีใครกำลังแอบมองหล่อนอยู่...

“อุ้ย...สวัสดีค่ะ” นานารีบหันมาทัก เมื่อเห็นว่ามีใครอีกคนยืนอยู่ไม่ห่าง

แล้วใครคนนั้นก็ค่อยยิ้มให้ ทักทายผ่านมาสายตา ที่มีแววราวกับว่าเสียดายอะไรสักอย่าง

“สวัสดีค่ะ...” ใครคนนั้นทักตอบพร้อมยิ้มอ่อนๆ ส่งมาให้ด้วย

“นานาค่ะ ที่โทรมาเมื่อวานน่ะค่ะ” หญิงสาวแนะนำตัวรวดเร็ว...เธอว่าเธอกำลังรู้สึกเขินนะ...ก็สายตาคู่นั้นมองเธอแปลกๆ

“อ๋อจำได้...พี่ปลิวค่ะ ที่คุยด้วยวันก่อน” ปลิวยิ้มกว่าเดิมเมื่อเห็นผิวแก้มของอีกฝ่ายที่ค่อยๆ ระเรื่อขึ้น...ปลิวว่าหล่อนช่างน่ารัก...น่ารักแล้วก็สวยงาม

“หวัดดีค่ะพี่ปลิว...นามาติดต่อเรื่องสถานที่แสดงงานอย่างที่บอกไว้แหละค่ะ อยากเห็นก่อน...” นานารีบยกมือไหว้อีกฝ่ายเมื่อรู้ว่าเป็นใคร...

นี่หรอกหรือพี่ปลิว...เจ้าของร้านหนังสือแห่งนี้ ก็ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีบุคลิกแบบนี้ นานานึกว่าจะได้เจอผู้หญิงผมยาวท่าทางช่างฝันเจ้าของน้ำเสียงเนิบช้ามากกว่าจะเป็นผู้หญิงตัวสูงท่าทางทะมัดทะแมงคนนี้

ช่างผิดคาด...

เธอพอจะดูออกว่าปลิวเป็นยังไง ใช่...ไม่ต่างจากมุนินเลย ทรงผมที่ซอยไล่ๆ แบบไร้เพศและการแต่งตัวนั้นบอกเธอได้ดี เพียงแต่ปลิวดูจะอ่อนหวานกว่า อบอุ่นกว่า ในขณะที่มุนินของเธอช่างเจ้าอารมณ์

ถ้าเปรียบเป็นสี มุนินก็คือสีโทนร้อน รุนแรง จัดจ้าน ในขณะคนๆ นี้เป็นสีโทนเย็นๆ มองแล้วสบายตา สบายใจ ให้ความรู้สึกร่มรื่นราวสายน้ำฉ่ำเย็น ขณะเดียวกันก็มีบางอย่างระยิบระยับวับวาว ใช่จะเย็นๆ อย่างเดียวเสียเมื่อไหร่ล่ะ

แล้วนี่...เธอมานึกเปรียบเทียบคนอื่นกับคนรักของตัวเองไปทำไมกัน...บ้าจริงเชียว

เลยได้เขินเข้าไปกันใหญ่ เมื่อนึกอย่างนั้น นานารู้สึกเหมือนมือไม้ของตัวเองช่างเกะกะเสียจริง ไม่รู้จะวางจะไขว้กันยังไง ทำไม่ถูกก็เลยปล่อยลงข้างตัวเสียอย่างนั้น

ปลิวเห็นหล่อนเขิน...ยิ่งเขินหล่อนก็ยิ่งดูสวย...นานแล้วที่เธอไม่เคยเห็นกิริยาเวลาผู้หญิงเขินอาย เพราะดูเหมือนทุกคนจะพากันเป็นสาวมั่น พูดจาคล่องแคล่ว ฉะฉาน ตรงไปตรงมากันเสียหมด

เมื่อได้เห็น...ก็เลยอมยิ้มอย่างถูกใจ...ดูเหมือนเธอจะถูกใจหญิงสาวตรงหน้านี้มากไปสักหน่อยแล้ว

“ขึ้นไปดูชั้นสองนะคะ...เดี๋ยวพี่พาขึ้นไป” บอกหล่อนแล้วก็ผายมือเชื้อเชิญไปทางบันไดด้านหลัง ที่ทอดพาไปสู่อีกชั้น

นานาเดินขึ้นไปก่อน โดยมีเจ้าของร้านเดินตามหลัง รู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้ เมื่อรู้ตัวว่ามีคนเดินตามหลังมา มันทำให้เธอต้องรวบชายกระโปรงเอาไว้ แล้วเดินช้ากว่าเดิม

โล่งใจเมื่อเดินขึ้นมาถึง...นานามองดูไปรอบๆ ห้อง ที่มีภาพสีน้ำอ่อนหวาน ใส่กรอบแขวนไว้ตามมุมนั้นมุมนี้ คงจะเป็นงานแสดงของใครสักคน

“นี่เป็นภาพของคุณชาญเขาค่ะ...แต่อีกไม่กี่วันก็หมดกำหนดแสดงแล้วล่ะ...” ปลิวบอกหล่อนไปอย่างนั้น

“สวยจังเลยนะคะ...” นานาเดินช้าๆ เข้าไปดูทีละภาพ ที่บ้างก็เป็นภาพตลาดดอกไม้ บ้างเป็นภาพตึกเก่าๆ ที่เธอเห็นตามถนน ทว่าเมื่อกลายเป็นภาพแขวนอยู่ตรงหน้า มันกลับสวยงามเกินจริง

สีน้ำเบาบางแต้มตรงนั้นตรงนี้ แล้วก็กลายมาเป็นภาพ ช่างมหัศจรรย์นัก ไม่รู้ทำได้อย่างไร นานาไม่เคยทำอะไรแบบนี้ได้ จึงรู้สึกทึ่งทุกครั้งเวลามีโอกาสเห็นภาพเขียนสวยๆ

“สวยค่ะ...นี่ก็ถูกจองไปเกือบหมดแล้ว” เสียงเบาๆ บอกมาจากด้านหลัง...ก็ไม่รู้ทำไมต้องไปยืนอยู่ข้างหลังเธออย่างนั้นไม่รู้สิเล่า...มันทำให้เธอรู้สึกประหม่ายังไงชอบกล

“ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นนะคะ...สวยจริงๆ” ยังไม่วายเอ่ยปากชม...ขณะสายตาจ้องมองอยู่ที่ภาพ มีความรู้สึกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนมีความสุขรินไหลในใจเธอ...นานาขยับไปยืนข้างกับอีกคน

“เป็นไงคะ สถานที่ใช้ได้ไหม...” ปลิวถามขึ้นมา เมื่อเห็นหล่อนเอาแต่ชมภาพ คล้ายกำลังจมสู่ภวังค์ส่วนตัว

“อุ้ยจริงสิ...ลืมไปเลย ก็ดีนะคะ ไม่เล็ก ไม่ใหญ่เกินไป อย่างนี้น่าจะอบอุ่นดีเวลาแสดงงาน” นานานึกขึ้นมาได้ หันไปยิ้มเขินๆ กับคนที่ยืนอยู่ข้างๆ

แล้วมายิ้มตอบเธอแบบนั้นทำไมกัน...มองหน้าอีกฝ่ายแล้วก็ต้องรีบหลบ เมื่อเห็นประกายตาแพรวพราวของปลิวมองเธออยู่

“ดีค่ะ...งั้นก็ตกลงจะใช้ที่นี่นะคะ” ถามไปพร้อมรอยยิ้ม...ชอบจังเวลาหล่อนอาย

“ค่ะๆ พี่ปลิว...เดี๋ยวนาต้องไปเตรียมทำสูจิบัตรแล้ว” ตัดสินใจเร็วๆ ตอบไป...คิดว่าต้องรีบไปจากนี่เห็นท่าจะดีกว่า มีบางอย่างไม่น่าจะปลอดภัย จังหวะเต้นของหัวใจที่ไม่เป็นส่ำ บอกเธออย่างนั้น

“งั้นพี่ขอเบอร์นาไว้หน่อยนะคะ เผื่อต้องติดต่ออะไร” คนพูดคะ...เอ่ยเสียงอ่อนหวาน

“ได้ค่ะ...เดี๋ยวนาให้นามบัตรไว้...” หญิงสาวเปิดกระเป๋าสาละวนหานามบัตร มือไม้เธอเหมือนจะพันกันขวักไขว่ สักครู่นั่นล่ะจึงจะหยิบมายื่นให้คนที่ยืนรอได้

“ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวพี่เอานามบัตรให้ อยู่ข้างล่างแน่ะ...”

คราวนี้นานาเป็นฝ่ายเดินตามหลังบ้าง...กลิ่นน้ำหอมสะอาดๆ รวยรินมาจากคนข้างหน้า หอมจัง น้ำหอมของอะไรน่ะ หญิงสาวสูดจมูก แล้วก็ต้องหน้าแดงก่ำ เมื่อคนข้างหน้าหันกลับมาอย่างไม่ให้รู้ตัว

“เดี๋ยวทานกาแฟด้วยกันนะคะ...พี่มีกาแฟอร่อยอยากให้ลอง” น้ำเสียงนั้นเจือรอยขันอย่างปิดไว้ไม่มิด คงเห็นท่าทางเธอเมื่อสักครู่ล่ะสิ ก็มันหอมจริงๆ นี่นะ

แต่แหม...ทอมอะไรใส่น้ำหอม มุนินของเธอยังไม่เห็นจะใส่เลย เชอะ ไม่ต้องมาทำตาระยิบระยิบแบบนั้นหรอก นานาแอบค่อนในใจ

“นารีบค่ะพี่...เอาไว้โอกาสหน้าได้มั้ยคะ” หญิงสาวรีบออกตัว คราวจริงเธอไม่ได้รีบไปไหนหรอก ยังอยากเดินดูหนังสือที่ร้านอีกนาน แต่...ไม่รู้สิ เธอว่าใจเธอมันสั่นมากเกินไป กลัวจะทำอะไรผิดๆ ถูกๆ ให้ขายหน้าตัวเองอีก

“ว๊า...น่าเสียดายจัง เอานี่นามบัตรพี่...คงต้องติดต่อกันอีกหลายหนนะคะ” ฝ่ายนั้นหันไปหยิบนามบัตรตรงเคาน์เตอร์เล็กๆ มายื่นให้

“ขอบคุณค่ะ...อุ้ยเกือบลืม...นาจะซื้อหนังสือด้วยค่ะ จะเอาไปฝากเด็กๆ” นานาเดินไปที่กองหนังสือที่เลือกไว้ หอบมาจ่ายสตางค์

“เอาไปฝากเด็กๆ เหรอ...งั้นเอาไปเถอะ ไม่ต้องจ่ายเงินหรอก” เจ้าของร้านรีบบอกเมื่อเห็นเธอควักกระเป๋าสตางค์มาเปิด

“อุ้ยไม่ได้หรอกค่ะพี่ปลิว...แค่มาขอใช้ร้านแสดงงานแล้วพี่ไม่คิดสตางค์ก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว” นานารีบปฎิเสธพัลวัล

“ไม่เป็นไรค่ะ...ถือเสียว่าพี่บริจาคโอเคมั้ย...แล้วเรื่องแสดงภาพไม่ต้องเกรงใจค่ะ เพราะมันก็มาช่วยประดับร้านพี่ให้สวยกว่าเดิมอยู่แล้ว” ปลิวบอกไปตามที่คิด...ก็หวังว่าจะได้เจอหล่อนอีก...แอบหวังเงียบๆ นึกเสียดายที่นานาไม่ยอมดื่มกาแฟด้วย

“เอ่อ...อย่างนั้นเหรอคะ” นานาลังเล...ก็ไม่คิดว่าจะมาขอรับบริจาคอะไร อีกอย่างหนังสือก็ราคาไม่แพงสักหน่อย แต่เมื่อเห็นแววตาและท่าทางจริงจังของอีกฝ่าย ก็เลยต้องยอมรับตามนั้น

“ค่ะอย่างนั้นแหละ พี่ก็ช่วยเท่าที่ทำได้ ไม่ได้ลงไปทำงานก็ช่วยอย่างนี้ก็แล้วกัน” ปลิวเอาหนังสือยื่นใส่ถุงส่งให้หล่อน...รู้สึกชอบหล่อนจัง...ชอบอย่างที่ไม่เคยชอบใครอย่างนี้มานานแล้ว...

หล่อนช่างน่าสนใจ

++++


แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : มน. IP ADDRESS : 58.9.200.117 , ,



« Reply #1 เมื่อ 17/12/2007 , 16:50:27 » Edit
นานาเดินออกมาจากร้านด้วยใจสั่นๆ นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เธอไม่เคยเป็นแบบนี้ ก็แล้วทำไมคนๆ นั้นมาทำให้เธอรู้สึกแบบนี้ได้ แปลกจริง

อารมณ์ของเธอเหมือนจะสับสนวุ่นวาย...และถึงตอนนี้มันก็ยังไม่หาย กลิ่นน้ำหอมของปลิวก็คล้ายจะยังติดอยู่ที่ปลายจมูกเธอ

และมันก็ทำให้นานาต้องยกโทรศัพท์มากดถึงคนที่น่าจะทำให้เธอหายวุ่นวายใจลงได้

“พี่มุ่นคะ เป็นยังไงบ้าง” ไม่บ่อยนักหรอกที่นานาจะเป็นคนโทรไปหามุนินก่อน เพราะปกติแล้วมุนินจะเป็นฝ่ายโทรเข้ามาหาเธอมากกว่า ด้วยพื้นที่ที่มุนินลงไปทำงานนั้นไม่ได้อยู่ในเมือง แต่ห่างออกไปไกลกว่านั้น ทำให้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์สักเท่าไร

แต่วันนี้ดูเหมือนนานาจะโชคดี…มีสัญญาณจากโทรศัพท์มุนิน

“นาเหรอ พี่ยุ่งอยู่เลย เดี๋ยวโทรกลับก็แล้วกันนะ” พูดเสร็จปุ๊ปก็วางปั๊บ ไม่สนใจจะทักทายเธอเลยสักน้อย กี่อาทิตย์แล้วนะที่เธอไม่ได้เจอมุนิน...น้อยใจจนอยากร้องไห้

ก็รู้อยู่หรอกว่ามุนินงานเยอะกว่าเดิม ฝ่ายนั้นลงไปทำเรื่องการติดเชื้อในแรงงานข้ามชาติแถวชายแดนติดทะเลโน่น เป็นเดือนๆ นั่นแหละถึงจะได้กลับมาที่สำนักงานใหญ่สักที

และถ้าโชคดี เธอไม่ต้องไปประชุมที่ไหน หรือไม่ไปทำงานต่างจังหวัด นั่นล่ะถึงจะได้พบกัน

แล้วดูสิ...มุนินกลับไม่มีเวลาแม้จะทักทายเธอ แค่ประโยคสองประโยคก็ได้ ไม่ใช้ปิดโทรศัพท์ใส่เธอแบบนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งน้อยใจ

ทำไมมุนินไม่หวานเหมือนเดิม...

เวลาที่คบหามันนานจนความหวานเหือดหายอย่างนั้นหรือ กี่ปีเองสามสี่ปีเอง คนอื่นๆ เขายังหวานต่อกันอยู่เลย ดูแต่พี่พลอยกับพี่นภเถอะ จะแปดปีแล้ว ทั้งสองคนยังเสมอต้นเสมอปลายต่อกัน แต่นี่เธอคบกับมุนนินยังไม่นานเท่าไรเลย

นานาปล่อยน้ำตาซึมเปื้อนกับหมอน

ว่าจะอ่านหนังสือต่อ แต่ก็ไม่มีสมาธิพอจะอ่านต่อไป...พ่อกับแม่ชวนกันไปทานข้าวนอกบ้าน เหลือแต่เธอค้างเติ่งติดบ้านคนเดียว

โทรไปหาคำหวานดีกว่า เผื่อจะสบายใจขึ้น เธอไม่อยากอยู่คนเดียวกับอารมณ์แปลกๆ แบบนี้

“ไงจ้ะ...หายไปนานเชียว” คำหอมส่งเสียงระรื่นทักทายมา

“ก็เค้างานยุ่งนี่นา” นานาไม่ได้แก้ตัว ก็เธองานยุ่งจริงๆ

“เป็นไงมั่งน่ะหนูนา” คำหอมยังเรียกเพื่อนเหมือนเดิม ก็เจ้าหล่อนไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนไปนัก แม้จะทำงานแล้วก็เถอะ

“สบายดี...ไปกินข้าวกันมั้ยหอม” เธอว่าเธอน่าจะออกไปเจอเพื่อนสักหน่อย ในเวลาแบบนี้ได้เจอคำหอมน่าจะดี

“แหม...มาแปลกวุ้ยชวนทานข้าว...เอาสิ แวะมาเจอที่ออฟฟิศก็แล้วกัน” บอกไปแล้วก็วางสายไป...นานที่หรอกที่นานาจะชวนเธอ...อาจมีอะไรบางอย่าง...เธอว่าเธอเดาอารมณ์นานาไม่เคยผิด

++++

และก็ไม่ผิดจริงๆ เมื่อเห็นสีหน้าอีกฝ่าย

“เป็นไรรึเปล่าน่ะหนูนา...” คำหอมจับแขนอีกฝ่ายที่นั่งตรงข้ามเธอ

“ก็ไม่มีอะไรหรอก คิดถึง” น้ำเสียงที่บอกคิดถึงดูซึมๆ เมื่อเอ่ยออกมา

“เธอคิดว่าฉันจะเชื่อเหรอเนี่ย...” คำหอมพูดตรงๆ ก็สีหน้าท่าทางของอีกฝ่ายไม่ได้บอกเลยว่าไม่มีอะไรอย่างที่พูด

“ก็จริงๆ...หอม...ตัวเองว่าคนเป็นแฟนกันนานๆ มันจะไม่หวานเหมือนเดิมหรือเปล่าน่ะ” แล้วนานาก็ค่อยๆ คลายสิ่งที่อยู่ในใจออกมา

“ว่าแล้ว...แล้วมาทำเป็นบอกว่าไม่มีอะไร...ทะเลาะกับพี่มุ่นเหรอแก” คำหอมคีบอาหารตรงหน้าใส่จานของคนที่ยังนั่งเฉย

“ไม่ทะเลาะหรอก...พี่มุ่นเขาจะมีเวลามาทะเลาะอะไรกับเรา เอาแต่ทำงานๆ ๆ” นานาบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงเนือยๆ คีบอาหารใส่ปาก

ทำไมไม่เห็นจะอร่อยเท่าไรเลย...ทั้งที่เธอเป็นคนชอบอาหารญี่ปุ่นพวกนี้จะตาย

“แหม...ปัญหาคลาสสิกของคู่รักเลยนะนั่น” คำหอมหัวเราะเพื่อน เธอไม่เคยมีปัญหาอะไรอย่างนี้ นี่แหละข้อดีของสาวโสดอย่างเธอ คำหอมไม่ชอบการมีคู่รักจริงจังถาวร เธอเป็นคนขี้เบื่อเกินไปที่จะจมตัวเองอยู่กับใครได้นานๆ แล้วอีกอย่างการเติมใครเข้ามาในชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย...ไม่ง่ายสักนิด โดยเฉพาะเมื่อถึงยามที่เธออยากให้เขาออกไป

“ทำอย่างกับตัวเองไม่เคย...” นานาค้อนใส่เพื่อน...อารมณ์ขมๆ เมื่อก่อนหน้านี้เริ่มกระจายตัว

“เพราะเคยสิ ฉันถึงเอามาเป็นบทเรียนที่จะไม่ทำให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีก” บอกเพื่อนไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง...นานาหรือจะรู้ว่าเธอผ่านอะไรมาบ้าง ชีวิตของเพื่อนเธอแสนง่ายและเบาสบายมาตลอด เรื่องคนรักไม่มีเวลาให้เลยกลายมาเป็นเรื่องใหญ่ของอีกฝ่ายจนมานั่งทำหน้าซึมอยู่ตรงหน้าเธอนี่ยังไง

ขณะคำหอมมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย ไร้สาระสิ้นดี

“แล้วเราต้องทำยังไงล่ะ” นานาทำหน้าง้ำ เมื่อคำหอมดูไม่สนใจปัญหาของเธอสักเท่าไร มันอาจจะดูไร้สาระสำหรับเพื่อน...แต่มันเรื่องใหญ่ของเธอนะ

“ไม่ต้องทำยังไงหรอกหนูนา...ปล่อยๆ บ้างเถอะ พี่มุ่นเขาไม่มีเวลาก็คงไม่มีจริงๆ อยู่กับพวกแรงงานข้ามชาติอย่างนั้น คงมีอารมณ์หวานๆ บรรเจิดหรอกนะ” นึกแล้วก็ให้เห็นใจมุนินอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน อีกฝ่ายทำงานหนัก อยู่กับคนที่เข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมายแบบนั้น แต่คนรักเอาแต่งอนนั่นงอนนี่

เฮ้อ...นานานี่นะ ไม่รู้จักโตเป็นผู้ใหญ่เสียที

คำหอมเคยรู้สึกยังไงกับนานา วันนี้เธอก็ยังรู้สึกแบบเดิม นานาเหมือนน้องสาวเธอเสียล่ะมากกว่า เด็กสาวที่พยายามจะเติบโตเป็นหญิงสาว แต่ก็ยังไม่สามารถเป็นได้สักที

“แต่ก็ไม่น่าจะขนาดนี้นะ...” นานายังไม่หายน้อยใจมุนิน...ก็มันน่าน้อยใจมั้ยล่ะ คนเป็นแฟนกันเขาพูดกันสั้นๆ อย่างนั้นหรือ

“ขนาดไหนเหรอแก ไหนบอกมาสิ” คำหอมถามเสียงห้วนอย่างนึกรำคาญ

“ก็โทรไปหา จะคุยอะไรด้วยหน่อย ก็บอกว่างานยุ่ง” เสียงคนพูดค่อยๆ อ่อนลง เมื่ออีกฝ่ายดูเสียงดุขึ้น

“แหม...คุณหนูก็เค้ายุ่งจริงๆ ละมั้ง จะให้คุยเจาะเจาะอะไรนักหนาเล่า...โตซะทีนะหนูนา” ท้ายประโยคพูดออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าปกติ และคนฟังก็เริ่มจะรู้ตัว

“โอ๊ย...อะไรกันเนี่ย แทนที่จะมาปลอบดันมาดุเค้า ยัยบ้า เออ...ไม่เล่าแล้วก็ได้ กินดีกว่า แต่เอ๊...” เหมือนจะมีบางเรื่องค้างคาในใจ

“เอ๊ะอะไรยะ...”

“หอม...หอมว่าคนที่มีแฟนแล้วเนี่ย จะสามารถหวั่นไหวกับคนอื่นได้อีกมั้ย” น้ำเสียงที่ถามออกไปบอกว่าคนถามจริงจังกับเรื่องนี้

“อะไรเนี่ยหนูนา กลัวพี่มุ่นเค้าไปหวั่นไหวกับเขมรอพยพหรือไงแก บ้ารึเปล่า” คำหอมหัวเราะอย่างกลั้นไม่อยู่ คิดไปได้ยังไง ท่าจะห่างกันมากไปสักหน่อยแล้ว

“เปล่า...” แววตาของคนพูดดูคิดหนักทีเดียว...หรือว่า...

“อย่าบอกนะว่าเธอไปหวั่นไหวกับใคร ยัยหนูนา แหม...แอบเปรี้ยวนะจ๊ะ” คำหอมค้อนขวับคนที่ตรงหน้า...เป็นเพื่อนเธอนี่ต่างหาก...นึกแล้วเชียว

“ใคร บอกฉันมาซะดีๆ” คำหอมยื่นหน้าไปใกล้ๆ หล่อน...รอฟังคำตอบใจจดจ่อ...ด้วยนึกไม่ถึงว่านานาจะยังไปหวั่นไหวกับใครได้อีก ในเมื่อความรักของเพื่อนเธอกับมุนินนั้น กว่าจะผ่านมาถึงขั้นนี้ได้ มันไม่ง่ายเลย

“เพิ่งเจอเค้าวันนี้เอง เจ้าของร้านที่เราจะไปขอใช้สถานที่น่ะ...เขาเป็นทอม” ท้ายประโยคถูกลดเสียงลงกว่าเดิม

คำหอมเงียบ...เธอว่าเธอน่าจะรู้จัก

“พี่ปลิวใช่ไหม...” หรี่ตาถามเพื่อนเพื่อความแน่ใจ ก็ไม่เห็นจะมีร้านไหนอีกแล้วในละแวกนั้น

“ใช่...ทำไมรู้ล่ะ” นานาแปลกใจ มองเพื่อนด้วยแววตามีคำถาม ทำไมคำหอมทายถูก

“เธอ...ก็งานชั้นทำอะไรล่ะ...รู้ซะมั่ง...แล้วไปหวั่นไหวอะไรเข้าล่ะนั่น...” คำหอมอยากรู้

“ไม่รู้สิ...ก็พี่เค้าน่ารักดี” คนตอบยิ้มอายๆ

“ใช่น่ารัก...พี่ปลิวเป็นคนน่ารักมาก...ใจดีที่สุด แต่แกก็เจ้าชู้ที่สุดเหมือนกัน” คำหอมเน้นเสียงที่ประโยคสุดท้ายเป็นพิเศษ...นานาน่าจะรู้เอาไว้

“เหรอ...เจ้าชู้จริงเหรอ” ท่าทางเพื่อนเธอดูจะไม่เชื่อสักเท่าไร

“ชั้นจะโกหกเธอไปทำไมหา...ยัยหนูนา” เห็นท่าทางเจ้าหล่อนเลยชักหมั่นไส้ขึ้นมาตะหงิดๆ คนอุตส่าห์เตือน

“แต่พี่เค้าน่ารักดีนะ...” นานายังเพ้อไม่เลิก ดีออก...ที่บางวันมีคนมาทำให้จังหวะเต้นของหัวใจเราเปลี่ยนไปจากเดิม เธอชอบความรู้สึกแบบนี้

แบบที่มุนินเคยทำให้เกิดขึ้น...เมื่อนานมาแล้ว

คืนนั้นทั้งคืนมุนินก็ไม่ได้โทรกลับมา...และเธอก็ไม่ได้โทรกลับไป...เอาเถอะ เธอจะมีเหตุผล เธอจะพยายามเข้าใจ เธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว

แต่ทำไมการเป็นคนรักที่ช่างเข้าใจต้องมีน้ำตาด้วยนะ...


++++

นานาใช้เวลาวุ่นวายอยู่กับการเตรียมงาน เธอไม่อยากให้ตัวเองฟุ้งซ่าน วันนี้เธอจะต้องเตรียมข้อมูลสำหรับทำสูจิบัตร เพราะพรุ่งนี้ต้องส่งให้โรงพิมพ์เอาไปจัดอาร์ตเวิร์กก่อนจะนำไปพิมพ์ แต่ยังขาดข้อมูลเรื่องสถานที่แสดงงาน...

มองนามบัตรที่ถืออยู่ในมือ...ไม่ค่อยอยากโทรไปเท่าไร สิ่งที่คำหอมบอกเกี่ยวกับปลิว ทำให้เธอแปลกใจไม่น้อย แต่ก็ต้องโทร เธอต้องสรุปงานให้เสร็จภายในวันนี้

“พี่ปลิวคะ นาเองค่ะ อยากได้ข้อมูลของที่ร้านเพิ่มอีกหน่อย นาจะพิมพ์สูจิบัตรน่ะค่ะ”

“อ้าว น้องนาหายไปเลย...จะเอาข้อมูลไหนล่ะคะ” เสียงที่ปลายสายบอกว่าดีใจไม่น้อยที่ได้ยินเสียงเธอ

และนั่นก็ทำให้นานายิ้มได้

“แผนที่น่ะค่ะ ไม่ทราบว่าพี่ปลิวมีมั้ยคะ อยากขอตัวอย่างไปให้โรงพิมพ์ค่ะ กลัวคนมางานไม่ถูก” น้ำเสียงรื่นรมย์ขึ้นขณะพูดออกไป

อย่างน้อยก็มีคนแคร์เธอ...

“งั้นแวะมาเอาที่ร้านพี่สิคะ มีไฟล์อยู่แล้ว...ดีมั้ย ยังรอทานกาแฟกับนานะเนี่ย” ก็หวังว่าจะได้ผลสำหรับคำหวานที่หยดลงไป

“เอ่อ...” นานายังลังเล...ไม่คิดว่าจะออกไปไหนเลยในวันนี้ งานเธอยังไม่เสร็จ

“แวะมาเถอะน่า...คิดถึง...” ก็ปลิวคิดถึงหล่อนจริงๆ นี่นะ คิดถึงแล้วก็อยากทำความรู้จักกับหล่อนมากกว่าเดิม

เงียบ...อะไรหรือนั่น...ปลิวคิดถึงเธอ รวดเร็วขนาดนั้นเชียวหรือ

“เอางั้นหรือคะ...” นานาอึกอัก ก็ไม่คิดว่าจะได้ยินอะไรอย่างนี้ คนเจ้าชู้เขาพูดอะไรกันอย่างนี้หรือ...เธอไม่รู้...ลังเลสักพัก นานาก็ตัดสินใจออกไปพบคนที่เอ่ยอ่อนหวานว่าคิดถึงเธอ...

+++++

ปลิวนั่งรออยู่แล้ว เมื่อนานาไปถึง ส่งยิ้มไปให้ เมื่ออีกฝ่ายเปิดประตูเข้ามา เสื้อสีฟ้าอ่อนใสกับกางเกงสีเหมือนทรายเปียกน้ำ ทำให้หล่อนดูกระจ่างตา

“มาถึงเสียที...พี่นั่งรอตั้งนาน” ลุกจากเก้าอี้เดินมาหาหล่อนใกล้กว่าเดิม…ดีใจที่หล่อนมา

“มากวนพี่ปลิวอีกแล้วค่ะ...” นานาใจสั่นอีกแล้วเมื่ออยู่ใกล้ อะไรนะที่เธอชอบในตัวคนๆ นี้ ท่าทางอบอุ่นๆ นี้หรือเปล่า หรือจะเป็นแววตาที่มีประกายแพรวพราวยามมองเธอ

หรือทุกคนต่างชอบการถูกจ้องมองเช่นนี้...แม้ไม่ใช่จากคนรัก

“ไม่กวนอะไรหรอกน่า...ดื่มกาแฟกันนะคะ” ปลิวไม่รอให้อีกฝ่ายปฎิเสธ เธอเดินเข้าไปในเคาน์เตอร์ เตรียมกาแฟใส่เครื่องชง

“ได้ค่ะได้...” นานาหลบแวววูบวาบจากดวงตาอีกฝ่ายหันเข้าหาชั้นหนังสือ จะดีกว่าถ้าเธอมองไม่เห็น จะดีกว่าถ้าเธอไม่สบตาคู่นั้น...ที่บอกความรู้สึกบางอย่างกับเธอโดยไม่ปิดปัง

เพราะมันช่างทำให้เธอร้อนๆ หนาวๆ กว่าเคย

สักพักกาแฟในถ้วยดินเผาก็ถูกนำมาวางที่โต๊ะ ที่มีดอกไม้เล็กๆ สีม่วงอ่อนในแก้วใสวางประดับ นานานั่งลงหนาแก้วกาแฟของตัวเอง มองดูไอร้อนที่กรุ่นออกมา

หอม...กลิ่นกาแฟที่ระเหยเป็นควันตรงหน้า

“หอมจังเลยค่ะ” นานายังก้มหน้าอยู่ที่ถ้วยกาแฟ กลัวว่าถ้าเงยหน้าขึ้นจะต้องสบเข้ากับดวงตาของอีกฝ่าย...ไม่ใช่ตอนนี้

“นอกจากหอมแล้ว ยังมีรสดีด้วยนะ ลองชิมสิ” มือของอีกคนแตะลงบนมือเธอเป็นเชิงบอก แต่นานากลับรู้สึกหวามไหวแปลกๆ ในใจ

“ค่ะ...” รับคำเบาๆ พร้อมยกกาแฟขึ้นจิบ...

“เป็นอราบิก้าที่ปลูกในเมืองไทยนี่แหละ รสดีใช่ไหม” คนถามก้มรอคำตอบจากคนที่ยังก้มหน้างุด

“ค่ะ กลมกล่อมดี...” นานาเงยหน้าขึ้นบอก...เธอชอบรสชาติที่ได้ชิม มิน่าคนเลยชอบดื่มกาแฟกัน ขณะที่เธอไม่ค่อยสันทัดสักเท่าไร นานๆ ถึงจะดื่มสักที อย่างเช่นตอนนี้

“งั้นต้องแวะมาดื่มบ่อยๆ นะ ห้ามปฏิเสธ” ปลิวรีบบอก...ช่างเป็นความรู้สึกที่ดี ที่เห็นหญิงสาวคนนี้อยู่ในสายตา ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหล่อนรู้สึกอย่างไรกับผู้หญิงอย่างเธอ

เห็นทีไรก็ทำหน้าเขินๆ อายๆ ไปเสียทุกหน และมันก็ทำให้ปลิวอยากรู้นักว่าภายใต้ท่าทีเขินๆ ของหล่อน มีอะไรซ่อนอยู่อีกหรือเปล่า...

+++++
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : มน. IP ADDRESS : 58.9.200.117 , ,



« Reply #2 เมื่อ 17/12/2007 , 16:51:16 » Edit
มุนินโทรกลับมาหาเธออีกครั้ง หลังจากผ่านไปสัปดาห์กว่าๆ และนานาก็ไม่ได้รอโทรศัพท์จากมุนินอีกแล้ว หากยุ่งเมื่อไร ก็โทรกลับมาเองก็แล้วกัน เพราะช่วงนี้เธอก็ยุ่งมากๆ เหมือนกัน งานแสดงภาพของเด็กก็ใกล้เข้ามาทุกที นานาวุ่นอยู่กับการนำภาพไปใส่กรอบ ส่งข่าวประชาสัมพันธ์ ส่งบัตรเชิญ หาคนมาช่วยจัดแขวนภาพ จัดไฟ และอีกสารพัดเรื่อง

เธอต้องออกไปเตรียมงานที่ร้านของปลิวแทบทุกวัน...กลับมาถึงก็สลบเหมือดทุกที

“หนูนา...พี่เอง” เสียงมุนินแว่วมาตามสาย เรียกเธอให้งัวเงียขึ้นมารับ

“คะ พี่มุ่น...เหรอ” น้ำเสียงไม่ยินดียินร้ายสักเท่าไร

“หลับอยู่เหรอ...ขอโทษนะที่โทรมากวน...ก็จะโทรมาบอกน่ะว่าเราเพิ่งว่าง...” เมื่อสรรพนามแทนตัวว่า ‘เรา’ ถูกนำมาใช้ นั่นก็หมายความว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น เป็นไรอีกล่ะทีนี้ จะแย่งซีนเธอหรือไง ต้องเป็นเธอต่างหากที่เป็นฝ่ายงอน

บางทีนานาก็รู้สึกว่าเธอตามอารมณ์มุนินไม่ทัน ไม่รู้ว่าบางประโยคไปทำให้อีกฝ่ายไม่ชอบใจ แต่เธอก็ไม่รู้จริงๆ นี่นะ ไม่ได้แกล้งสักหน่อย นี่เดาว่าคงเป็นเพราะเสียงเธอตอนรับโทรศัพท์แน่ๆ นานาพอจะนึกออก แต่คืนนี้เธอก็เหนื่อยเกินกว่าจะมาต่อล้อต่อเถียงกับมุนินอีก

“อ๋อค่ะพี่มุ่น...ช่วงนี้นางานยุ่งมากเลยค่ะ ต้องเตรียมแสดงงานของเด็กๆ” นานาบอกไปตามสาย...เงียบอีกแล้ว “พี่มุ่นมางานนามั้ยคะ อาทิตย์หน้า” รีบชวนออกไป

“ดูก่อนนะ...ดูว่าจะว่างหรือเปล่า” น้ำเสียงที่ตอบมาราบเรียบไร้อารมณ์ใดๆ หมั่นไส้จริงเชียว เวลามุนินทำเสียงตึงๆ แบบนี้ มันทำให้เธออยากแกล้ง อยากก่อกวน อยากเกเรใส่

“ก็แล้วแต่เถอะค่ะ...ว่าแล้วพี่มุ่นต้องพูดแบบนี้” น้ำเสียงที่ตอบไปเลยมีอารมณ์หาเรื่องหน่อยๆ

“อือ...งั้นแค่นี้นะ...ไปนอนแล้ว” มุนินวางสายลงเงียบๆ โยนโทรศัพท์ลงบนที่นอน คว้าซองบุหรี่ออกมานั่งที่หน้าห้องพัก

มืดและเงียบ...แม้ไม่ถึงสองทุ่ม ที่นี่ก็สงบเงียบราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิต แสงสว่างใดๆ ก็แทบจะไม่มีให้เห็น เพราะบ้านแต่ละหลังอยู่ห่างกันไกลเป็นกิโลๆ

เธอเพิ่งเสร็จงานวันนี้เอง แล้วก็ว่าจะโทรกลับไปหานานาเสียที เพราะปลอดโปร่งโล่งใจกับงานแล้ว แต่เมื่อได้ยินเสียงแบบเมื่อสักครู่ มุนินก็คิดว่าเธอวางโทรศัพท์ดีกว่า

มุนินไม่ชอบเลยที่นานาทำเสียงเนือยๆ แบบนั้น มันทำให้เธอกลัว ไม่มั่นใจ แล้วก็กลายมาเป็นความไม่พอใจ น้อยใจอยู่นี่

เธออยากให้นานารักเธอ รักของหล่อนทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย

แต่บางทีมุนินก็ไม่รู้จะจัดการกับอารมณ์ตัวเองยังไงดี รู้ตัวว่าตัวเองนิสัยเสีย ปากแข็ง ปากร้าย เอาแต่ใจตัวเอง แต่เธอก็คิดว่านานาน่าจะเข้าใจ...เข้าใจคนที่พร่องอย่างเธอ

แต่วันนี้เสียงของหล่อนทำให้มุนินยิ่งรู้สึกพร่องลงกว่าเดิม...แล้วก็เลยไม่รู้จะพูดอะไรดี ก้อนแข็งๆ ตื้อขึ้นมาตรงลำคอ อารมณ์หวานๆ ก็เลยพลอยดับลงไป

และนานาก็ไม่เป็นฝ่ายเข้ามาง้อเธอก่อนเหมือนที่เคย...น้ำเสียงนั่นไม่แยแสเธอเลยสักน้อย...มุนินไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ก็อยากเป็นคนง้อหล่อนก่อนอยู่หรอก แต่มุนินก็ทำอะไรอย่างนั้นไม่เป็น บางทีมุนินก็รู้สึกว่าเธอช่างเหมือนก้อนหิน แข็งกระด้าง ขยับเขยื้อนอะไรไม่ได้ แม้อยากจะทำ

เกิดอะไรขึ้นกับนานาอย่างนั้นหรือ...

+++++

วันงานนิทรรศการ ‘ฉันกับสึนามิ’ นานาไปเชิญเพื่อนพ่อที่เป็นศิลปินแห่งชาติ มาเป็นประธานเปิดงาน แขกเหรื่อมากันมากมายจนล้นขนัดออกไปหน้าร้าน

นานายืนต้อนรับแขกอยู่หน้างาน และปลิวก็ช่วยเธอได้มากในการต้อนรับ ยามที่นานาต้องวิ่งไปวิ่งมาในงาน

มันเป็นงานเล็กๆ ที่อบอุ่น และประสบความสำเร็จด้วยดี สื่อมวลชนทั้งนิตยสารและโทรทัศน์มากันเป็นจำนวนมาก ดูเหมือนใครๆ ต่างก็สนใจประเด็นเกี่ยวกับเด็ก ไม่ว่าสื่อหรือแหล่งทุน

เธอให้น้องที่ช่วยงาน พาเด็กๆ เจ้าของภาพวาดไปเที่ยวต่อ เด็กๆ อยากไปสวนสัตว์ แล้วถึงค่อยพากลับโรงแรมที่พัก พรุ่งนี้ค่อยเดินทางกลับกัน

นานานั่งพักเหนื่อยอยู่ในร้าน แขกกลับกันหมดแล้ว เหลือแต่เธอที่ต้องเก็บข้าวของจุกจิกกลับไป ก็ว่าเดี๋ยวจะกลับบ้านเลย วันนี้เธอคงไม่กลับเข้าสำนักงานอีกแล้ว ใกล้เวลาเลิกงานเต็มที

เสร็จเสียทีงานของเธอ เหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกันแฮะ นานาขวดขมับตัวเองเบาๆ...มุนินไม่มา ฝ่ายนั้นไม่มาจริงๆ ด้วย

“นา...ดื่มกันนะคะ...ฉลอง” ปลิวเดินเข้ามาหาพร้อมแก้วก้านยาวใส่แชมเปญยื่นส่งให้หล่อน

“อุ้ย...เนื่องในโอกาสอะไรคะพี่ปลิว...” แปลกใจแต่ก็ดีใจไปพร้อมๆ กัน อย่างน้อยปลิวก็เห็นความสำคัญของงานเธอ

“ก็งานนี้ไง โอเคนะพี่ว่า หรือไง...” ปลิวนั่งลงตรงข้ามหล่อน มองคนตรงหน้าด้วยแววตาชื่นชม นานาเป็นคนเก่ง นอกจากเก่งแล้วปลิวยังว่าเธอเป็นคนน่ารักที่มาทำงานอะไรอย่างนี้

“ค่ะก็โอเคค่ะ...ได้พี่ปลิวช่วยเยอะเลย” นานาถอนหายใจอย่างโล่งอก ยิ้มขอบคุณคนตรงหน้าด้วยแววตาจริงใจ ขณะยกแก้วทรงสวยแตะเบาๆ กับของอีกฝ่าย เห็นพรายฟองแชมเปญระยิบระยับ ก่อนยกขึ้นดื่ม ทันเห็นแววหวานจากดวงตาของปลิว

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะนา พี่ดีใจมากที่ได้มีโอกาสช่วยนาบ้าง” ปลิวมองหล่อนอย่างเปิดเผย...ไม่คิดว่าจะต้องปิดบังซ่อนเร้นความรู้สึกใดๆ อีก

ก็รู้มาว่าหล่อนมีแฟนผู้หญิง นั่นแสดงว่าเธอมีสิทธิ์ที่จะได้ใกล้ชิดหล่อนมากยิ่งขึ้น คนรักหล่อนไปไหนหรือ ทำไมทิ้งแฟนตัวเองไว้อย่างนี้ ลองถ้าเป็นเธอ...ปลิวจะไม่ปล่อยนานาไว้อย่างนี้เด็ดขาด
หล่อนดูน่าหวงน้อยซะเมื่อไร...

“เอาไว้นาคงมีงานให้พี่ช่วยอีกเยอะเลยค่ะ...” นานายิ้มสวยตอบแววหวานนั้น...

อย่างนี้หรือคนเจ้าชู้ แต่คนเจ้าชู้ก็ช่างน่ารักนัก...ไม่เห็นน่ากลัวอย่างที่คำหอมทำเสียงเข้มบอกเธอนั่นสักหน่อย...เพื่อนเธอช่างมองโลกในแง่ร้ายไม่เคยเปลี่ยน

“ยินดีมากเลยค่ะ...” ปลิววางแก้ว เอื้อมไปแตะปลายนิ้วเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะ...เห็นแหวนเงินเกลี้ยงๆ ที่หล่อนสวม...ช้าๆ ปลิวบอกตัวเองอย่างนั้น ขณะรอดูปฏิกิริยาหล่อน

นานาปล่อยให้ปลายนิ้วของอีกคนสัมผัสเบาๆ อย่างเลื่อนลอย แชมเปญที่ดื่มทำให้เธอเหมือนใจลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มันเป็นอย่างนี้เองหรือเวลาคนดื่มเหล้า...เธอไม่คุ้นกับเครื่องดื่มอะไรอย่างนี้
ปลิวมองผิวแก้มของคนตรงหน้าที่ค่อยๆ เรียกแดงไปเจือระเรื่อที่ละน้อย...

“หายเหนื่อยเสียทีนะคะ...” ย้ายที่นั่งไปอยู่ข้างๆ หล่อนแทน อยากเห็นผิวแก้มเรื่อๆ นั้นให้ชัดๆ

“โล่งเลยค่ะ พี่ปลิว...เหมือนยกภูเขาออกจากอก เข้าใจความหมายนี้เลยค่ะ” นานาพูดเยอะขึ้น อะไรที่เคยหนักใจ กังวลใจ ถูกละลายออกไปจนปลอดโปร่ง

“อืม...ดีใจด้วยค่ะ...” ปลิวเฉียดปลายจมูกไปมาอยู่แถวๆ แก้มหล่อน เธอว่าเธอจะอดใจไม่ไหวอยู่แล้วนะนี่...นานาช่างน่าปรารถนา...ใครนะเป็นแฟนหล่อน ปลิวอยากเห็นเสียเหลือเกิน

“พี่ปลิว...” นานาขยับตัว เมื่อรู้สึกว่าปลิวนั่งเบียดเธอมากไปหน่อย

“คะ...” ปลิวเอ่ยเบาๆ ข้างหูหล่อน ปลายจมูกแตะลงที่ผิวแก้มของนานา...คล้ายมีอะไรระยิบระยับในใจเธอ...ระยิบระยับแล้วก็นวลเนียนอ่อนหวาน

ปลิวปล่อยตัวเองค้างอยู่กับท่านั้น มองลาดไหล่ของหล่อน เธอชอบว่าเธอชอบช่วงไหล่ของผู้หญิง มันให้ความรู้สึกละมุนละไมและเข้มแข็งไปในคราวเดียวกัน

นานาไม่กล้าขยับตัว...ใจเธอเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรกับสถานการณ์ตรงหน้านี้ ก็แค่ไม่เคยถูกใครรุกเร้าเข้าหารวดเร็วแบบนี้ เธอทำอะไรไม่ถูก จะขยับออกก็กลัวอีกฝ่ายจะเสียความรู้สึกหรือขายหน้า เธอไม่อยากทำให้ปลิวรู้สึกแบบนั้น แต่อยู่อย่างนี้เธอก็อึดอัดเหมือนกัน

ใช่...นาทีนี้นานาพบว่าเธออึดอัดเสียแล้ว...ทำยังไงดี…

“หนูนา...” เสียงคุ้นๆ ดังขึ้น นานารีบหันไปตามเสียง พร้อมๆ กับที่ปลิวขยับตัวออกไป

“พี่มุ่น....” น้ำเสียงของเธอบอกว่าดีใจอย่างที่สุด ในที่สุดเธอก็รู้ว่าต้องทำอย่างไร “พี่มุ่นคะ...นี่พี่ปลิวเจ้าของร้านค่ะ...” นานารีบเดินมายืนข้างคนรักแนะนำให้รู้จักกับคนที่นั่งอยู่

“หวัดดีพี่...”มุนินทักสั้นๆ ไม่มีหางเสียงและไม่ได้ยกมือไหว้ตามเคย ไหว้ทำไม เมื่อกี้เห็นนั่งเบียดแฟนเธออยู่

ปลิวมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า...ให้ตายนี่หรือคนรักของนานา...ไม่อยากจะเชื่อ

พวกทอมภูธร...หุ่นสูงๆ ตัวหนาๆ ค่อยยังชั่วที่ดูมีกล้ามเนื้อหน่อย แต่ทำไมต้องตัดผมซะเหี้ยนอย่างนั้นด้วยเล่า หลุดมาจากพ.ศ.ไหนละนั่น ไม่รู้หรอกหรือว่าเดี๋ยวนี้เขาไม่แต่งตัวชัดเจนกันแบบนี้อีกแล้ว
คนที่มาใหม่ดูแตกต่างจากนานาลิบลับ เหมือนคนสวนกับคุณหนูมากกว่า ไปเป็นแฟนกันได้ยังไง
ปลิวไม่เข้าใจ นานาเหมาะกับผู้หญิงอย่างเธอมากกว่า

ปลิวไม่คิดว่าตัวเองเป็นทอม เธอก็แค่ผู้หญิงที่แข็งแรงปราดเปรียวสำอาง แล้วก็รักผู้หญิงเหมือนกันเท่านั้นเอง

“หวัดดีค่ะ...” ปลิวยังยิ้มได้ แม้จะรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย ที่มีคนเข้ามาขัดจังหวะหวานๆ ให้สะดุดลง

“พี่มุ่นมาได้ยังไงคะ...นานึกว่าพี่ไม่มาซะแล้ว” นานาเกาะแขนคนรักแน่น...เธอเลิกสนใจปลิวไปโดยปริยาย อารามดีใจนักหนาที่ได้เจอหน้ามุนิน...ก็ไม่ได้เจอมาตั้งเกือบเดือน

“ก็เสร็จงานพอดี เลยขึ้นมา ก็เพิ่งมาถึงเนี่ย ไปติดอยู่ที่สายใต้นานหน่อย เพิ่งรู้ว่าเขาย้าย” มุนินบอกกับหล่อน มองแก้มระเรื่อของคนรักตาระยับ

คิดถึงหล่อน...เพิ่งรู้ตอนนี้ว่าคิดถึงหล่อนมากแค่ไหน

“งั้นกลับบ้านกันค่ะ...หรือไปหาอะไรทานกันก่อนมั้ยคะ...นาคิดถึ้งคิดถึงพี่มุ่น” นานาไม่ขัดเขินที่เข้าไปหาคลอเคลียมุนิน...อีกอย่างในร้านก็มีแต่ปลิว

“ไปสิ พี่ก็หิวเหมือนกัน...” มุนินรับคำ...มองนานาเดินไปหยิบกระเป๋า

“ไปก่อนนะคะพี่ปลิว แล้วเจอกันใหม่ค่ะ” เธอยกมือไหว้สวัสดีปลิว ก่อนจะเกี่ยวแขนมุนินผลักประตูออกมา

ปลิวมองตามร่างของคนทั้งสอง...และก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่านานาไปรักกับทอมแบบนั้นได้ยังไง...

+++++

แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : มน. IP ADDRESS : 58.9.200.117 , ,




« Reply #3 เมื่อ 17/12/2007 , 16:52:25 » Edit
“ใครเหรอ...” เป็นประโยคสั้นๆ ที่ถามขึ้นเมื่อมุนินพาหล่อนกลับมาที่บ้าน หลังไปทานข้าวด้วยกันเรียบร้อยแล้ว

ป้าของมุนินไม่อยู่ ออกไปข้างนอกกับเพื่อนๆ แต่ก็หาคนมาทำความสะอาดห้องให้เธอไว้แล้ว เธอว่าจะมาพักที่นี่สักอาทิตย์หนึ่ง

“ใครคะ...” นานาอาบน้ำมานั่งอยู่บนเตียง ขณะมุนินนั่งที่เก้าอี้นวมอีกตัว เธอโทรไปบอกแม่แล้วว่าคืนนี้จะค้างที่บ้านมุนิน แต่พอเจอคำถามแบบนี้ น้ำเสียงแบบนี้ เริ่มคิดว่าน่าจะเปลี่ยนใจ

“คนที่ชื่อปลิวน่ะ...” น้ำเสียงหาเรื่องน่าดู

“ก็นาบอกไปแล้วไงเล่า...พี่มุ่น” เจ้าหล่อนนั่งคอตก ทำท่าน่าสงสาร

“แล้วไปให้เขานั่งเบียดยังงั้นทำไมน่ะ...ทำตัวเป็นคนไม่มีแฟนไปได้” เสียงยังเข้มได้การอยู่ มุนินหัวเราะหึๆ ในใจที่ทำให้อีกคนสลดได้ เธอนี่ท่าจะเป็นพวกชอบเห็นคนเจ็บปวดแฮะ

“ก็เค้ามานั่งเบียดนาเอง...อึดอัดจะแย่ ดีใจจะตายที่พี่มุ่นมาถึงพอดี...จะขยับหนีก็เกรงใจพี่เขาน่ะค่ะ” เสียงคนพูดบอกว่ารู้สึกผิดจริงๆ

ฟังแล้วมุนินก็ส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ เออนะ...คนรักของเธอ ช่างขี้เกรงใจเสียจริงๆ เกรงใจที่คนมานั่งเบียดนี่นะ อยากหัวเราะก็อยากหรอก แต่ประเดี๋ยวจะมีคนได้ใจ

“ก็เดี๋ยวเขาจะเขินน่ะค่ะ พี่เขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว อีกอย่างนาก็ไปขอร้านเขาใช้ด้วย” นานาแก้ตัวข้างๆ คูๆ เท่าที่จะนึกขึ้นได้ ก็รู้ว่าที่ตัวเองทำไม่ถูก แต่ก็ทำไปแล้วนี่นา ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย

“ข้อแก้ตัวเหรอนั่นน่ะ เข้าท่ามากเลยนะ” มุนินยังทำเสียงเคร่ง หน้าขรึมตามเดิม แม้อยากเข้าไปซุกกอดร่างนุ่มนิ่มตรงหน้านั่นมากแค่ไหน

“ก็จริงๆ นี่นา...อย่าโกรธเลยนะๆๆ” นานายิ้มหวานพยัดเพยิดชวนให้เห็นดีเห็นงามไปด้วย…ก็นานๆ จะได้เจอกันสักทีนี่นะ

แล้วมุนินก็ใจอ่อนยวบให้กับรอยยิ้มช่างประจบนั้น...คงจะคิดถึงหล่อนมากเกินไปเลยทำให้ใจอ่อนเร็วไปหน่อย

เป็นครั้งแรกที่มุนินเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหานานาก่อน นั่งลงข้างเตียง มองหล่อนอยู่อย่างนั้น เสื้อยืดสีขาวตัวเดียวที่หล่อนสวมดูหมิ่นเหม่เมื่อไม่มีกางเกง ผมสั้นๆ เปียกๆ ยุ่งๆ กับวงหน้าเกลี้ยงเกลา ทำให้หล่อนดูเป็นเด็กสาววัยรุ่นมากกว่าคนอายุยี่สิบขึ้น

“พี่มุ่นน๊า...มองอะไร” หล่อนดึงชายเสื้อคลุมเมื่อเห็นสายตามุนินไล่เรียงไปเรื่อยๆ ตามเนื้อตัวหล่อน

“ทำไมมองไม่ได้เหรอ...เวลาคนอื่นนั่งเบียดล่ะได้...” มุนินยังทำเสียงแข็ง แม้ใจจะอ่อนหมดรูปไปเรียบร้อยแล้ว

“มันไม่เหมือนกันสักหน่อย ดูพี่มุ่นทำตาเข้าสิ รู้หรอกน่าคิดอะไร...ทะลึ่ง...ลามก” นานาก้มหน้าหลบสายตาของมุนิน รู้สึกร้อนวูบวาบไปกับแววตาเปี่ยมอารมณ์ปรารถนาของคนรัก

“คิดอะไรๆ พูดมาสิ...” มุนินแค่อยากต่อล้อต่อเถียงหล่อนเล่น...เหมือนนานแล้ว...ที่ไม่มีเวลาเช่นนี้กับหล่อน

“โธ่...รู้ๆ กันอยู่...” นานายิ้มกริ่มเชิดหน้าท้าทาย

“รู้ว่าอะไร...”

“รู้ว่าพี่มุ่นจะปล้ำนาน่ะสิ” นานากรี๊ดกร๊าดปาหมอนใส่คนที่นั่งทำตาลามก...แต่มุนินไม่ปล่อยให้หล่อนปาใส่ฝ่ายเดียวหรอก กระโจนทีเดียวก็ถึงตัวนานา

มุนินมองตาคนที่เธอค่อมเอาไว้ ร่างบางใต้ร่างเธอ ทำตาใสไร้เดียงสา น่าหมั่นไส้ แขนสองข้างของหล่อนถูกเธอตรึงไว้ ส่วนขาก็ถูกกดไว้เช่นกัน

เสื้อยืดย้วยๆ เปิดขึ้นเห็นเนินอกเต่งตูมเล็กๆ มุนินรู้สึกว่าลมหายใจของเธอค่อยๆ ร้อนขึ้นทุกที

“จะทำอะไรเค้า...” นานาร้องถาม...เมื่อเห็นมุนินเอาแต่จ้องเธอค้างอยู่อย่างนั้น

มุนินไม่ได้ตอบหล่อน...ตอบได้ยังไงในเมื่อปากเธอไม่ว่างสักหน่อย แล้วอีกอย่างมุนินก็ไม่ได้ทำอะไรหล่อน

นอกจากรักหล่อนเท่านั้นเอง...



จบแล้วจ้า

แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : มน. IP ADDRESS : 58.9.200.117 , ,



« Reply #4 เมื่อ 17/12/2007 , 16:56:34 » Edit
หมายเหตุจากคนเขียน

ปลีกวิเวกไปทำธุระ แล้วก็ลองเขียนตอนพิเศษของดอกไม้เปลี่ยนสีดูค่ะ
มีทะลึ่งเรทอาร์นิดหน่อย แต่คิดว่าไม่ต้องต้องเซ็นเซอร์ด้วยหมอกแห่งศีลธรรม(สำนวนคุณสุชาติ สวัสดิ์ศรี)นะคะ

หวานๆ หวามๆ นิดหน่อยค่ะ
อ่านให้สนุกสนานนะคะ
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : naran IP ADDRESS : 124.157.159.2 , ,


View full-size image

Posts : 2
Replies : 7
« Reply #5 เมื่อ 17/12/2007 , 17:10:26 » Edit
อะแฮ่ม ๆ แค๊ก ๆ

รู้นะคิดอะไรอยู่ ... นานา



ดีใจค่ะ ที่ได้ติดตามเรื่องของนานาอีก (แอบหลงรักมานานแระ)
lui_qihui@hotmail.com
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : เบญ IP ADDRESS : 124.121.142.134 , ,




« Reply #6 เมื่อ 17/12/2007 , 17:23:49 » Edit
แอบมากรี๊ดได้หรือเปล่าค่ะ

นานาช่างเสน่ห์แรงเสียเหลือเกิน

โย่วๆๆๆๆ


แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : ม่านหมอก IP ADDRESS : 124.121.61.223 , ,



« Reply #7 เมื่อ 17/12/2007 , 18:11:03 » Edit

    เหอๆแม่คนเสห์แรง นานาเนี้ยน๊า


เอิ๊กๆอ่านไปยิ้มไปละค่พพี่มน  

แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : ศรีจันทร์ฯ IP ADDRESS : 210.86.207.93 , ,



« Reply #8 เมื่อ 17/12/2007 , 18:54:17 » Edit
ทอมภูธร
โอย .. เจ็บปวด

มีแฟนหญิง ต้องตามหึงกันพอหอมปากหอมคอ ด้วยนะเนี่ย..

แต่ถ้ามีแฟนเป็นทอมเกย์ ก็ไม่ต้องหึง
เพราะเธอคงไปชอบสาวแทน





ทำไมวันนี้กระทู้เยอะจัง
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : รันธร IP ADDRESS : 61.19.231.4 , ,




« Reply #9 เมื่อ 17/12/2007 , 19:03:28 » Edit


อ่านไป ก็ยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่

ขำ^_^ ความน่ารักของนานา
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : เจ้าหนู IP ADDRESS : 58.8.83.75 , ,



« Reply #10 เมื่อ 17/12/2007 , 20:38:06 » Edit

นานาน่ารักค่ะ .. ^^


หมอกแห่งศีลธรรมเหรอคะ .. อืม นั่นสินะคะ

แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : ข้าน้อย IP ADDRESS : 125.27.63.105 , ,



« Reply #11 เมื่อ 17/12/2007 , 21:19:47 » Edit
นานาใจแตกหรือเปล่านั่น อิอิ

นานาน่ารักจังเลย ยิ้มไปอ่านไป
khanoy@gmail.com
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : Tow K IP ADDRESS : 69.229.241.255 , ,




« Reply #12 เมื่อ 18/12/2007 , 09:41:16 » Edit
นานา ...เสน่ห์แรงจังเลย น่ารักกกกก

ขอบคุณนะคะ
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : มน. IP ADDRESS : 58.9.201.202 , ,



« Reply #13 เมื่อ 18/12/2007 , 13:42:22 » Edit
สวัสดีค่ะ เขียนตอนนี้จบรู้สึกเหมือนปฏิบัติภารกิจจบยังไงไม่ทราบ 555 ไม่มีอะไรติดค้างแระ นอกจากรอขึ้นเรื่องใหม่(ตอนไหนนะ...)

จริงๆ อีหลาย หรือนานานี่ ดูเป็นนางเอก(ดี้) พิมพ์นิยมไงไม่รู้นะคะ เขียนไปก็หมั่นไส้น้องนี่ไป เหอะๆ

อืม...ตอนนี้เป็นตอนแอบหวั่นไหวค่ะ...ไม่ทราบบรรดาท่านที่มีคู่อยู่แล้ว แต่ห้องห่างแฟนเคยมีอาการนี้กันไหมคะ

ส่วนพี่ปลิวยืมคาแร็คเตอร์พี่ปุ๊ อัญชลีมาค่ะ กิกิ ผสมผสานกับพี่นักแปลคนนึงที่มน.แอบกรี๊ดมาตั้งกะวัยรุ่น จนแก่แล้วยังกรี๊ดพี่เขาอีกเหอะๆ

ส่วนทอมภูธร...คือพวกสาวประเภทสองเขามีศัพท์กัดกันสนุกๆ ในกลุ่มว่ากะเทยภูธรไงคะ มีกะเทยภูธร ก็ต้องมีทอมภูธร

แล้วมีข้อสังเกตส่วนตัวค่ะว่าเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจะมีทอมแบบว่าทอมจ๋าแบบเดิมแล้ว คือถ้าใครทอมจ๋าเนี่ยจะดูเชยๆ โบราณ ล้าหลัง เดี๋ยวนี้จะประมาณทอมเมโทรฯ ยูนิเซ็กส์หน่อยๆ ค่ะ หรือไม่ก็เป็นญรญ.ไปเลย ซึ่งเดี๋ยวนี้จะเป็นภาพลักษณ์อย่างนี้มากกว่า (ไม่ทราบอิทธิพลจากL Word และหนังตปท. หรือเปล่านะคะ ที่คูรักญญ. จะไม่ใช่ภาพลักษณ์แบบทอม-ดี้อีกต่อไป)

แต่นะ...นานาก็ยังรักทอมแผนโบราณของเธอต่อไปค่ะ

ส่วนที่คุณฯจันทร์ฯว่ามีแฟนญ.ต้องตามหึงพอหอมปากหอมคอนั้น ไม่ใช่เสมอไปหรอกค่ะ แต่ส่วนใหญ่เขาจะติดกันอยู่สักหน่อยค่ะ ไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอๆ

ขอบคุณ คุณnaran คุณเบญ คุณม่านหมอก คุณศรีจันทร์ฯ คุณรันธร น้องเจ้าหนู คุณข้าน้อย คุณTow K ที่แวะมาเล่นกันนะคะ
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : infinity IP ADDRESS : 124.121.210.146 , ,



« Reply #14 เมื่อ 19/12/2007 , 20:39:52 » Edit
สวัสดีค่ะ คุณ มน. ตามมาอ่านที่นี่ค่ะ (ยังจำกันได้อยู่รึเปล่าน้า) ดีใจจังที่ได้อ่านนานาตอนพิเศษ

อ่านถึง ทอมภูธร ทอมเมโทร ทอมเกย์ แล้ว ก็เลยพาลงง ๆ ตัวเองเหมือนกัน ช่วงนี้เหมือนจะตัดสินใจไม่ถูกเหมือนกันว่าตัวเองจะเป็นประเภทไหนดี เหอ ๆ (บังเอิญคุณแฟนดันแมนกว่าซะงั้น)

ดีใจ ที่ได้อ่านงานคุณ มน. อยู่เรื่อย ๆ นะคะ
ath_nith@yahoo.com
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : เจ้าพระยา IP ADDRESS : 202.28.117.232 , , 10.178.0.121




« Reply #15 เมื่อ 20/12/2007 , 14:13:45 » Edit

   ว้าวววว คุณ มน. เป็น เบรกเกอร์ สั่งได้ดั่งใจ   


   มุนินเป็นทอมแผนโบราณ


ดีนะคะที่นานาเป็นแค่ อีหลาย ไม่มีหลายใจต่อท้าย


อ่านแล้วก็ เอ่อ     

rekawee@hotmail.com
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : มน. IP ADDRESS : 58.9.199.72 , ,



« Reply #16 เมื่อ 21/12/2007 , 11:09:45 » Edit
จำได้ค่ะ คุณอินฯ สบายดีหรือคะ ยังเขียนอะไรๆ อยู่หรือเปล่า เอามาโพสต์ลงแถวนี้บ้างสิ ส่วนไอน้ำตอนนี้หยุดทำแล้วค่า กำลังทำสำนักพิมพ์แทน

ส่วนทอมแขนงต่างๆ ช่างมันเถอะนะ เอาเป็นว่าระหว่างเรากับแฟนรู้กันก็พอค่ะ คนอื่นช่างเขาเถอะนะ เดี๋ยวจะเวียนหัวตามไปด้วยค่ะ

คุณเจ้าพระยา ปฏิบัติภารกิจเสร็จแล้วค่ะ พบกันใหม่ในเรื่องใหม่นะคะ(เมื่อไรละเนี่ย)

นานาไม่หลายใจหรอกค่า แม้จะแอบหวั่นไหวไปนิ๊ดดดดดดดนึงก็เถอะน่า

อ่านแล้วก็เอ่อ...อะไรหรือคะ เอ่อว่าน้องนานาน่ารักเหรอคะ เหอะๆ อือ...ไม่ต้องบรรยายต่อนะคะ แต่คงรู้ล่ะว่ามีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนี้

พักหลังชอบอารมณ์ประมาณนี้ค่ะ เลิฟซีน/เซ็กส์ซีน ถ้าไม่จำเป็นต่อบริบทของเรื่องในตอนนั้นๆ ก็จะไม่ใส่บรรยายมาอ่ะค่ะ ชอบอารมณ์หวามๆ แบบนี้มากกว่า ทำให้คนอ่านจินตนาการได้แบบสุดขอบฟ้าดีค่ะ กิกิ

อือ...พบว่าตัวเองเขียนเรื่องที่มีบรรยากาศแบบญญ.ไม่ได้อ่ะค่ะ เห็นหลายๆ คนเขียนในนี้ เท่าที่ได้อ่าน รู้สึกว่าเออเป็นญ.รักญ.ดีจังเลย แต่ของมน.มันเป็นญ.รักทอมมากกว่า คนละอารมณ์มากๆ
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : ผู้อ่าน IP ADDRESS : 58.9.189.22 , ,



« Reply #17 เมื่อ 25/12/2007 , 12:10:37 » Edit
นานาน่ารัก
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : a-nin IP ADDRESS : 58.64.71.43 , ,


Posts : 6
Replies : 10


« Reply #18 เมื่อ 25/12/2007 , 21:14:59 » Edit
ชอบจังเลยคะ
อ่านแล้วอินมั่กๆ
แอบเชียร์พี่ปลิวด้วยล่ะ
คนเจ้าชู้นิดๆเนี่ยดูมีเสน่ห์ดีนะคะ
birdofall@yahoo.co.th
ตอบกลับกระทู้นี้
  ไอคอนข้อความ :
** ชื่อ : สมัครสมาชิก : เข้าสู่ระบบ
** Security Code : ! ใส่ Code ตามที่ปรากฏที่ภาพด้านข้าง
กรุณากด F5 หาก Security Code ไม่แสดงผล
  อีเมล์ :
  รูปภาพประกอบ : ขนาดไม่เกิน 100KB **สมาชิกเท่านั้น
(BBZnet.com เพิ่มเนื้อที่เก็บภาพให้แต่ละบอร์ดมากถึง 1GB ต้องการมีเว็บบอร์ดของตัวเอง คลิกที่นี่เพื่อสมัครสมาชิก)
  ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
** ข้อความ :

ไอคอนอื่นๆ
  ใช้ไอคอน
B i U URL CENTER IMG Li Font QUOTE Special Tag
( เปลี่ยนไปใช้งานแบบ HTML Editor Mode, ต้องการ IE6+ และเปิดใช้งาน Java Script )
    คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ webmaster@bbznet.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด