ขอจงทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยสมบูรณ์ พระชนมายุยิ่งยืนนานเกินร้อยปี www.lottothai.net


ติดต่อลงโฆษณา Tel. 02-630-9938

- กลับไปยังหมวดหลักของกระทู้นี้
  - จาโก
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ กระทู้โดย : ข่าวหวย IP ADDRESS : 125.24.174.67 , ,



« เมื่อ 03/09/2009 , 08:05:38 » Send Topic Set to Print Page Edit

ผวาซ้ำรอย`จาโก้’ยันล็อกซ์เล่ย์ฟ้องรัฐ

ผอ.สลากฯหวั่นหวยออนไลน์ซ้ำรอยคดีจาโก้ รัฐถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 3.5 พันล้านบาท ระบุ"ล็อกซเล่ย์"มีสิทธิฟ้องได้ตามสัญญาที่ทำไว้ ขณะที่กองสลากย้ำเคยยืนยันกับรัฐมนตรีคลังแล้วโครงการนี้มีดีมากกว่าเสีย

นายวันชัย สุระกุล ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่าบริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี จำกัด หรือ LGT มีสิทธิฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากภาครัฐ กรณีไม่ดำเนินการโครงการหวยออนไลน์ต่อตามสัญญา

"หนังสือที่ล็อกซเล่ย์ยื่นคำขาดให้กระทรวงการคลัง แสดงความชัดเจนเรื่องนโยบายหวยออนไลน์ในวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่ได้รับการตอบรับหรือปฎิเสธจากรัฐมนตรีคลังแต่อย่างใด ดังนั้นหากล็อกซเล่ย์ต้องการฟ้องก็เป็นสิทธิของบริษัทที่จะดำเนินการตามสัญญา"นายวันชัยกล่าว

ผอ.กองสลากฯกล่าวว่า ตามหนังสือสัญญาที่ทำไว้กับบริษัทฯ ไม่เคยระบุไว้ว่าบริษัทไม่สามารถฟ้องร้องได้แต่อย่างใด ดังนั้นบริษัทจึงสามารถฟ้องได้ตามกฎหมาย โดยคาดว่าบริษัทจะฟ้องที่ศาลแพ่ง

ขณะที่คดีเก่าที่บริษัทจาโก้ ผู้รับสัมปทานหวยของรัฐบาล ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้กองสลากฯก็แพ้คดีดังกล่าวแล้ว และหากศาลอุทธรณ์ยืนยันตามคำพิพากษากองสลากฯจะมีภาระที่จะต้องจ่ายค่าชดเชยให้บริษัทจาโก้ อีกประมาณ 3.5 พันล้านบาท

นายวันชัย กล่าวว่าในส่วนของสำนักงานสลากฯเอง ยืนยันว่ายังต้องการโครงการหวยออนไลน์อยู่ ต่อหน้ารัฐมนตรีและผู้บริหารกระทรวงการคลัง เนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และมีส่วนดีมากกว่าส่วนเสีย

ส่วนกรณีของเงินจากการจำหน่ายหวยบนดิน 1.7 หมื่นล้านบาท ที่ค้างอยู่ที่สำนักงานสลากฯ ขณะนี้เตรียมเสนอเข้าสู่การพิจาณาของคณะกรรมการสำนักงานสลากฯ ภายในเดือนนี้ โดยภายหลังจากหารือกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว

โดยมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือ 1.นำรายได้จากการจำหน่ายหวยบนดิน เข้าเป็นรายได้รัฐบาล ตามพรบ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ปี 2517 หรือ 2.มีกฎหมายใดที่จะรองรับเงินก้อนนี้ หรือต้องออกกฎหมายใหม่ หรือใครมีอำนาจนำเงินนี้มาใช้ ซึ่งบอร์ดสลากฯจะเป็นผู้พิจารณาทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ก่อนเสนอรัฐมนตรี

สำหรับกรณีของภาษีที่ต้องจ่าย 2.1 หมื่นล้านบาท ให้กับกรมสรรพากร และมหาดไทยนั้น คงต้องหารือกับรัฐมนตรีคลังว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะหากต้องเสียภาษีเงินก้อนดังกล่าวก็จะไม่เพียงพอ และสำนักงานสลากฯยังต้องจ่ายเพิ่มอีกกว่า 4 พันล้านบาท

ด้านนายตรีจักร ตัณฑ์ศุภศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี กล่าวว่า บริษัทเตรียมเข้าหารือในบอร์ดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับสำนักงานสลากกินแบ่งฯ หลังจากที่บริษัทได้ส่งหนังสือทวงถามไปเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ว่าจะสามารถเปิดขายได้ เมื่อไหร่ โดยส่งไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีช่วย เพื่อให้คำตอบภายในวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา

โดยที่ผ่านมาบริษัทได้รับความเสียหายแล้วกว่า 1 พันล้านบาท หลังไม่สามารถเปิด ขายหวยออนไลน์ได้ตามแผนงานเดิม ขณะที่ตัวแทนจำหน่ายและคนเดินโพยได้รับความเดือดร้อนอีกหลายแสนคนทั่วประเทศ

ด้านนายธวัช สถิตวิทยา นายกสมาคมผู้ค้าเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว กล่าวว่า เตรียมเข้าพบนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในสัปดาห์หน้า เพื่อขอความชัดเจนเรื่องการจำหน่ายหวยบนดิน ซึ่งหากรัฐยังไม่มีคำตอบ ก็จะดำเนินการยื่นคำร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กรณีละเว้นปฎิบัติหน้าที่ เหมือนกรณีของนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีคลัง

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวก่อนหน้านี้ ว่า โครงการหวยออนไลน์ อยู่ระหว่างการพิจารณาตามขั้นตอนทุกแง่ทุกมุม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก แต่ขณะนี้รัฐบาลมีหน้าที่หลักที่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน อย่างไรก็ตามหากบริษัทล็ฮกซเล่ย์ต้องการฟ้องก็สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย


ข่าวหุ้น  วันที่ 06 พ.ค. 2552 แสดงข่าวมาแล้ว 112วัน 20นาที

แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : จาโก IP ADDRESS : 125.24.174.67 , ,



« Reply #1 เมื่อ 03/09/2009 , 08:27:19 » Edit

สยามธุรกิจ 18/6/2008


ฉบับที่ 905 ประจำวันที่ 18-6-2008 ถึง 20-6-2008 ]
ล็อกซเล่ย์รับ 2 เด้งจากขายหวย


> กองสลากฯจำนนคดีเก่าจ่ายค่าโง่ ‘จาโก้’ 4 พันล้าน

ล็อกซเล่ย์ในฐานะบริษัทแม่จาโก้รับ 2 เด้ง กองสลากฯยอมรับกรณีรัฐเบี้ยวสัมปทานหวยออนไลน์ในอดีต มีสิทธิ์แพ้สูง ตั้ง งบรอจ่ายค่าโง่คดีจาโก้ 4 พัน ล้านบาท ได้ทั้งค่าโง่และขาย หวยออนไลน์รูปแบบใหม่กันยายนนี้ “วันชัย” เผยสิ้น เดือนสรุปรูปแบบขายหวยส่ งล็อกซเล่ย์นำปรับโปรแกรม โบรกฯแนะซื้อราคาเป้าหมาย 3.60 บาท รับผลดีขายหวย และค่าโง่

นายวันชัย สุระกุล รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวถึงคดีเก่าที่ค้างอยู่ในศาลฯ กรณีบริษัทจาโก้ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทล็อกซเล่ย์ ฟ้องร้องเรียกค่าชดเชย 2,500 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี จากกองสลากฯ ที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาต่อบริษัทในฐานะผู้รับสัมปทานการติดตั้งระบบการจำหน่ายหวยออนไลน์ 3 พันเครื่อง ว่าหากคำสั่งศาลฯออกมาให้จ่ายค่าชดเชย กองสลากฯก็พร้อมจะปฏิบัติตามนั้น

“คดีนี้ค้างมาเป็น 10 ปีแล้ว เหลืออีกแค่ศาลเดียวก็จะจบ ถ้าผลออกมาว่าเราแพ้ก็ต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับจาโก้ ซึ่งคงต้องขอให้รัฐบาลตั้งงบประมาณมาเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งศาลฯ” นายวันชัย กล่าว

นายวันชัย กล่าวว่า ผลการตัดสินคงรออีกไม่นานแล้ว เพราะเรื่องนำเข้าสู่การพิจารณา ของศาลฯมานานพอสมควร ซึ่งที่ผ่านมานับตั้งแต่ที่ศาลแพ่ง ผู้พิพากษาออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีที่บริษัทจาโก้ ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำบังคับให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ปฏิบัติตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการจ่ายเงินจำนวน 2.5 พันล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2543 แก่บริษัทจาโก้ ผู้ฟ้อง

สำหรับจำนวนเงินที่กองสลากฯต้องจ่ายจะรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3.9 พันล้านบาท แบ่งเป็นค่าชดเชย 2.5 พันล้านบาท และดอกเบี้ย 1.4 พันล้านบาท นับถึงสิ้นปี 2551

นายวันชัย กล่าวเพิ่มเติมว่าคณะทำงานของกองสลากฯ ในการโครงการหวยออนไลน์ อยู่ระหว่างการวางเกณฑ์จัดจำหน่ายหวยตาม พ.ร.บ.กองสลากฯปี 2517 เพื่อนำข้อมูลให้บริษัทล็อกซเล่ย์ จีเทค เทคโนโลยี ไปการดำเนินการปรับโปรแกรมเครื่องจำหน่ายหวยออนไลน์ ให้ทันภายในต้นเดือนกันยายนนี้

“ผมมั่นใจว่าภายในสิ้นเดือนนี้กรอบการขายหวยออนไลน์ก็จะเสร็จ เพื่อให้สามารถดำเนินการจำหน่ายหวยงวดแรกให้ทันวันที่ 1 กันยายนนี้” นายวันชัยกล่าว

ผอ.กองสลากฯ กล่าวว่าสิ่งที่ยากตอนนี้ก็คือ การจัดสรรรางวัลให้ลงตัวที่ 60% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งกองสลากฯ จะต้องกำหนดรูปแบบของรางวัลแบบผันแปร ราคาที่รับแทง ส่วนจะมีแจ็กพอตหรือไม่นั้นต้องมาพิจารณากันอีกที โดยเบื้องต้นคาดว่าก่อนออกรางวัลทุก งวด สลากฯ จะต้องประกาศเงินรางวัลที่จะได้รับในแต่ละรางวัลให้ผู้ซื้อรับทราบ ซึ่งในแต่ละงวดจะไม่เหมือนกัน โดยเครื่องจะคำนวณเฉลี่ย รางวัลออกมาให้ลงตัว เลขตัวใดแทงน้อยก็จะได้รับเงินรางวัลมาก ส่วนเลขตัวใดมีคนแทงมาก็จะได้รับเงินรางวัลน้อย

สำหรับรูปแบบการเล่นเบื้องต้น จะมี 5 รางวัล คือ 3 ตัวบนตรง 3 ตัวบนโต๊ด 2 ตัวบน 2 ตัว ล่าง และ 3 ตัวล่าง ซึ่งมีการเพิ่มขึ้นมาใน ส่วนของ 3 ตัวล่างเพื่อแข่งกับหวยใต้ดิน และสามารถซื้อได้ไม่เกิน 1,000 บาทต่อ 1 ใบรายการ ส่วนขั้นต่ำคงอยู่ที่ 20 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ มองว่า LOXLEY ได้รับจดหมายยืนยันการดำเนินงานจากกองสลากอย่างชัดเจน กำหนดให้เริ่มงวด 16 ก.ย.51 หรือพร้อมขายตั้งแต่ 2 ก.ย. 51 ทั้งนี้สัญญาสลากออนไลน์ลงนามเมื่อ 29 ก.ค.48 สัญญามีอายุ 5 ปี นับจากเริ่มให้บริการต่อได้ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี (หลังจากนั้นค่อยเปิดประมูลใหม่) ประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 3.6 บาท โดยผลดีจากสลากออนไลน์มีแนวโน้มมากกว่าที่เราคาด แต่คงประมาณการก่อน

โดยรายได้ของ LOXLEY มาจาก transaction ในการทำรายการ 0.75 บาท ต่อรายการ ซึ่งคาดที่ 100 ล้านฉบับต่องวด หรือปีละประมาณ 1.8 พันล้านบาท ปัจจุบันติดตั้งไปแล้ว 6,434 เครื่อง อีกประมาณ 5,600 เครื่อง อยู่ระหว่างกองสลากดำเนินการหาตัวแทนจำหน่าย

ต้นทุนการดำเนินงานหลัก ของโครงการ มาจากค่าเครื่องขายสลาก (terminal) ต้นทุนค่าใช้จ่ายพนักงานและดอกเบี้ยเงินกู้ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนของโครงการ ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นของเราคาดว่า LOXLEY น่าจะเริ่มมีกำไรจากการดำเนินงานทันทีนับแต่เริ่มงายในงวดแรกและการดำเนินงานจะ cover การลงทุนทั้งหมดในช่วงปลายปีที่ 4 - ต้นปีที่ 5 เราคาดว่าอัตรากำไรในช่วงปี ที่ 6 -8 ซึ่งเป็นช่วงต่อสัญญา

นอกจากนี้ ยังอัพไซด์จากการเพิ่มประเภทของเกมและคดีจาโก โดยมี upside จาก การเพิ่มประเภทของเกมได้ เราคาดว่าจากการที่สัญญาบังคับให้คอมพิวเตอร์ที่ LOXLEY ใช้สามารถให้บริการเกมได้มากกว่า 1 ประเภท หมายความว่าในอนาคตหาก กองสลากต้องการ เพิ่มประเภทของเกม อาทิ เพิ่ม หวย LOTTO หรือประเภทเกมสลากอื่น LOXLEY ก็สามารถ ดำเนินการได้โดยการปรับเพิ่มเพียงในส่วนของ software เท่านั้น (ไม่ต้องเพิ่มเงินลงทุนใน fixed asset ใดเพิ่ม)

สำหรับคดีจาโกยังคงรอศาลพิจารณา ทั้ง นี้มูลค่าของคดีปัจจุบันอยู่ที่ 4 พันล้านบาท หาก LOXLEY ได้รับการตัดสินให้ชณะคดีในขั้นฎีกาที่เป็นที่สุด จะได้รับผลตอบแทนสุทธิหลังภาษีที่ 2.8 พันล้านบาท หรือ 1.4 บาทต่อหุ้น ซึ่งจะเป็นผลดียิ่งต่อบริษัทเราคาดว่าหากกอง สลากแพ้คดีนี้น่าจะใช้วิธีการเจรจาจ่ายชดเชยให้ LOXLEY เป็นลักษณะผ่อนชำระ ซึ่งจะเป็นผลตอบแทนระยะยาว แต่หากจ่ายคืนก้อนเดียว LOXLEY สามารถนำเงินนี้ไปลดภาระหนี้เงินกู้ซึ่งช่วยให้ต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายลดลงได้ถึงประมาณ 70 ล้านบาทต่อปีประกอบกับผลดีของหวยออนไลน์จะช่วยผลักดันมูลค่าหุ้นไปยังเป้าหมายที่ 3.60 บาท

แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : มติชน IP ADDRESS : 125.24.174.67 , ,



« Reply #2 เมื่อ 03/09/2009 , 08:37:13 » Edit

ย้อนรอยค่าโง่ "หวยออนไลน์" คนผิดลอยนวล (ตามเคย)
เศรษฐกิจ มติชนรายสัปดาห์ วันที่ 06 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ปีที่ 24 ฉบับที่ 1251


http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2004q3/article2004aug06p7.htm 

พลันเมื่อคำพิพากษาของศาลแพ่งตัดสินให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ชำระเงิน 2,500 ล้านบาทให้กับบริษัท จาโก้ จำกัด พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2543 ภายใน 30 วัน

ประเด็นเรื่อง "ค่าโง่" ของฝ่ายรัฐที่ต้องจ่ายให้เอกชน ก็กลับมาหลอกหลอนสังคมไทย ขึ้นอีกครั้ง

คำพิพากษาดังกล่าวยืนตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการที่ดำเนินการชี้ขาดมาก่อนหน้านี้ว่า หน่วยงานรัฐสั่งชะลอโครงการที่บริษัทได้รับแต่งตั้งให้จำหน่ายสลากการกุศล หรือสลากอัตโนมัติหรือหวยออนไลน์ มีการทำสัญญาระยะเวลา 10 ปี โดยจัดหาเครื่องจำหน่ายสลากอัตโนมัติจำนวน 5,000 เครื่อง ให้ผลิตสลากจำหน่ายงวดละ 14 ล้านฉบับ จนทำให้บริษัทมีความเสียหายเกิดขึ้น

หากย้อนไปถึงที่มาของคำว่า "ค่าโง่" ของกองสลากฯ แล้ว คงต้องย้อนไปดูกระบวนการชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2543 ซึ่งมี นายรัตน์ ศรีไกรวิน อดีตรองประธานศาลฎีกา เป็นประธาน นายพงษ์ศักดิ์ ปัณยาชีวะ เป็นตัวแทนฝ่ายบริษัท จาโก้ และ นายวัลลภ ตันติกุล อดีตอธิบดีอัยการฝ่ายที่ปรึกษา กรรมการประจำสำนักงานระงับข้อพิพาท สาขาประกันภัยและสาขาการลงทุน เป็นตัวแทนสำนักงานสลากกินแบ่งฯ

คำชี้ขาดของอนุญาโตฯ ชุดนั้น ระบุว่า บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท จาโก้ ได้รับความเสียหายจริง หลังจากที่ได้ทำสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายและจ่ายรางวัลบำรุงการกุศลแบบอัตโนมัติ (ตู้จำหน่ายล็อตโต้) กับสำนักงานสลากฯ แล้ว แต่ต่อมาสำนักงานสลากฯ มีหนังสือขอให้บริษัทหยุดดำเนินการเป็นตัวแทน จึงเห็นควรให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่บริษัท

เหตุการณ์ดังกล่าวคล้ายคลึงกับการชดใช้ค่าเสียหายให้ภาคเอกชนในกรณีค่าโง่ทางด่วนก่อนหน้านี้ โดยเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2543 "บีบีซีดี" ผู้รับเหมาก่อสร้างทางด่วนได้ยื่นคำร้องขอให้อนุญาโตฯ วินิจฉัยให้การทางพิเศษแห่งประเทศ (กทพ.) จ่ายค่าชดเชยแก่บีบีซีดีประมาณ 8,000 ล้านบาท อนุญาโตฯ ชุดนี้มี นายเธียร เจริญวัฒนา อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน นายวัลลภ ตันติกุล เป็นอนุญาโตฯ ฝ่าย กทพ. และ นายมรุธา วัฒนะชีวะกุล อดีตอาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอนุญาโตฯ ฝ่ายบีบีซีดี ซึ่งมีมติเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2544 ให้ กทพ. จ่ายบีบีซีดีเป็นเงิน 6,200 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างต่อสู้กันในศาลแพ่งในประเด็นคำวินิจฉัยอนุญาโตฯ ไม่ชอบ

ดูเหมือนว่ารัฐบาลเองก็ออกอาการหงุดหงิดกับคำว่า "ค่าโง่" อยู่พอสมควร จับอาการจากการให้สัมภาษณ์ของ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า "อย่าเพิ่งไปบอกว่าเป็นค่าโง่ ถ้ารัฐแพ้อะไรแล้วกลายเป็นค่าโง่หมด ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว"

เมื่อต้นทางของ "ค่าโง่" ครั้งนี้ ก็ต้องไล่ถึงรัฐบาล นายบรรหาร ศิลปอาชา ที่มี นายบดี จุณนานนท์ รั้งตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง ได้มีการศึกษาวิธีแก้ปัญหาขายสลากเกินราคา โดยการนำวิธีจำหน่ายหวยออนไลน์มาใช้ ผู้ชนะการประมูลครั้งนั้นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2539 คือ บริษัท เซลลูล่าร์ โปรดักส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ในกลุ่มล็อกซเล่ย์ ซึ่งหลังจากนั้นได้จัดตั้งบริษัท จาโก โดยร่วมทุนกับจีเท็ค คอร์ปอเรชั่น จากสหรัฐ ขึ้นมาดำเนินการ และบริษัท จาโก้ ลงนามสัญญากับสำนักงานสลากฯ ในเช้าวันที่ 3 ธันวาคม 2539

หลังจากเซ็นสัญญาไม่นานก็มีการเปลี่ยนรัฐบาล นายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นวันแรก พบว่าเป็นการเซ็นสัญญาก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่งเพียงไม่กี่ชั่วโมง ออกอาการ "รวบรัดเกินไป" ขณะเดียวกันก็มีเสียงโจมตีในสภา ทั้งในแง่การมอมเมา ผลกระทบต่อผู้พิการที่ค้าสลาก และการนำเข้าเครื่องจักรทั้งที่ประเทศประสบวิกฤตเศรษฐกิจ

นายจาตจุรนต์จึงสั่งชะลอโครงการ และให้ทีดีอาร์ไอ และมหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ ศึกษานโยบายดังกล่าว ซึ่งได้ข้อสรุปตรงกันว่าหวยออนไลน์ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาขายสลากเกินราคาได้ จึงสั่งระงับโครงการในเดือนเมษายน 2540 แต่ก็ถูก นายอำนาย วีรวรรณ รัฐมนตรีคลังสมัยนั้น ประกาศสนับสนุนให้โครงการเดินหน้า แต่ยังไม่ทันได้เซ็นสัญญา ก็ลาออกจากตำแหน่งเสียก่อน

ต่อมาในสมัยรัฐบาล นายชวน หลีกภัย มีการเสนอเรื่องเข้า ครม. โดยนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจความเห็นประชาชนว่ามี 58.83% ที่เห็นด้วยกับการขายสลากออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการขายหวยออนไลน์ ขณะเดียวกันก็มีคนพิการ และประชาชนจำนวนมากออกคัดค้าน จน ครม. ต้องให้กระทรวงการคลังทำหนังสือถึงคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อตีความการเปิดประมูลให้จาโก้มาดำเนินการเรื่องหวยออนไลน์ได้หรือไม่

ปรากฏว่ากฤษฎีกาตีความแล้ว การดำเนินการดังกล่าวถือว่าไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน กระทรวงการคลังจึงสั่งยกเลิกสัญญา เอกชนอ้างว่าเกิดความเสียหาย และนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ และเป็นที่มาที่รัฐต้องจ่ายค่าเสียหาย แต่รัฐบาล นายชวน หลีกภัย ก็ยังไม่จ่ายเงิน เรื่องจึงบานปลายเข้าสู่การพิจารณาของศาล โดยใช้เวลาพิจารณาคดีประมาณ 3-4 ปี

เรียงลำดับเหตุการณ์แบบนี้แล้ว ก็จะทำให้เข้าใจสายสนกลในของเรื่องได้ว่า ตัวละครแต่ละช่วงขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ใด เพราะสลากที่จำหน่ายอยู่ 46 ล้านฉบับต่องวดในทุกวันนี้ มีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่ถึงเกือบ 10 บาทต่อฉบับ ให้บรรดายี่ปั๊วได้กินได้ใช้มาช้านาน

ผลประโยชน์อันมหาศาลนี้แหละที่ขับเคลื่อนกลุ่มผู้ชุมนุมให้ออกมาทักท้วงต่อต้าน หรือแม้แต่ทำให้ฝ่ายนโยบายต้องชะลอล่าช้าการตัดสินใจออกไปได้ทั้งสิ้น

มาถึงวันนี้ก็ต้องจับตาดูว่า ยุคสมัยคิดใหม่ ทำใหม่ ของไทยรักไทย จะรับมือกับเผือกร้อนก้อนนี้อย่างไร

แต่หวังว่ารัฐบาลคงจะไม่รีบยอมความเจรจาประนีประนอมกับบริษัทจาโกเสียตั้งแต่ต้นมือ โดยยังไม่ได้ต่อสู้จนถึงที่สุดเสียก่อน เพราะจะตอบคำถามสาธารณชนลำบาก ขณะเดียวกัน กระบวนการในการหาคนผิดมาลงโทษก็ต้องกระทำควบคู่กันไปอย่างเข้มข้น

นอกจากนี้ ต้องนำบทเรียนที่เกิดขึ้นในอดีตมาล้อมคอกการพิจารณาจัดจ้างผู้วางระบบเกมสลากแบบใหม่ (หวย ออนไลน์) ไม่ให้ซ้ำรอยเดิม เพราะเอกชนที่มายื่นซองประมูล 5 ราย มีบริษัท ล็อกซเล่ย์ ซึ่งยังคงจับมือกับ จีเทค ของสหรัฐอเมริกา และมีบริษัท จาโก้ เป็นบริษัทลูกเข้าร่วมด้วย

ซึ่งหากถึงท้ายที่สุด รัฐต้องเจียดเงินงบประมาณหลายพันล้านไปให้ "คู่สัญญา" ที่เกิดจากความรวบรัดดำเนินการของรัฐบาลชุดหนึ่ง การชะลอโครงการจากรัฐบาลชุดหนึ่ง และการทบทวนโครงการของรัฐบาลชุดหนึ่ง

แถม "คู่สัญญา" บางรายอาจจะได้ค่าโง่อีกด้วยแล้ว รัฐบาลจะตอบคำถามประชาชนได้อย่างไร ?



หน้า 22

แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : คดีจาโก IP ADDRESS : 125.24.131.226 , ,




« Reply #3 เมื่อ 19/10/2009 , 09:27:59 » Edit

คดีดำที่  ๖๕๔/๒๕๔๔


คดีแดงที่  ๓๖๗๒/๒๕๔๗


ทุนทรัพย์   ๒๕๐๘,๕๙๓,๗๖๘.๐๐ บาท


วันฟ้อง  ๗ กพ. ๒๕๔๔


ผู้พิพากษา  องค์คณะที่  ๑๔


เจ้าของสำนวน  ประทีป  เหรียญเตย

แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : admin3 IP ADDRESS : 118.173.99.135 , ,


Posts : 1
Replies : 2
« Reply #4 เมื่อ 25/11/2009 , 16:12:31 » Edit
เลขที่หนังสือ
: กค 0811/พ./853

วันที่
: 30 มกราคม 2545

เรื่อง
: ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขอเปลี่ยนแปลงวิธีการเฉลี่ยภาษีซื้อและขอขยายเวลาขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย
: มาตรา 81(1)(น), มาตรา 81/3(1), มาตรา 82/5(6)
http://www.rd.go.th/publish/25189.0.html 
ข้อหารือ
: บริษัท จ. จำกัด ขอเปลี่ยนแปลงวิธีการเฉลี่ยภาษีซื้อ และขอขยายระยะเวลาการขอคืน
ภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมีข้อเท็จจริงดังนี้
1. บริษัทฯ ประกอบกิจการขายส่ง ขายปลีก ให้บริการระบบจำหน่ายสลากอัตโนมัติ และวัสดุ
อุปกรณ์เกี่ยวกับงานดังกล่าว
2. บริษัทฯ ได้ทำสัญญากับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2539 เป็น
ผู้แทนจำหน่ายสลากบำรุงการกุศลแบบอัตโนมัติ (ระบบ ON LINE) โดยบริษัทฯ จะต้องจัดหาและติดตั้ง
เครื่องจำหน่ายสลากอัตโนมัติจำนวน 5,000 เครื่อง ตามระยะเวลาที่กำหนด บริษัทฯ ต้องประกัน
การจำหน่ายสลากแต่ละงวดให้ได้ไม่น้อยกว่า 14 ล้านฉบับ และเป็นเงินไม่น้อยกว่า 560 ล้านบาท และ
ต้องจำหน่ายไม่เกินกว่าปริมาณสูงที่สำนักงานฯ จะกำหนดให้ ซึ่งบริษัทฯ จะได้รับ ผลตอบแทนในอัตรา
ร้อยละ 9 ของยอดจำหน่ายสลากที่บริษัทฯ จำหน่ายได้ทั้งหมด หากไม่หมดบริษัทฯ จะต้องชำระเงินค่า
สลากส่วนที่ขาดหลังจากหักส่วนลดร้อยละ 9 แล้ว นอกจากนี้บริษัทฯ มีสิทธิแต่งตั้งหรือมอบหมายให้
บุคคลอื่นเป็นผู้แทนจำหน่ายย่อย ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้นและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อเสนอที่ต้อง
แจ้งให้สำนักงานฯ ทราบ
3. บริษัทฯ ได้ประมาณการรายได้ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และไม่ต้องเสียภาษี มูลค่าเพิ่มใน
อัตราส่วน 20:80 และได้ยื่นแบบ ภ.พ.30 ตั้งแต่เดือนภาษีมีนาคม 2540 - พฤศจิกายน 2542 และ
บริษัทฯ ขอคืนภาษีซื้อทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2542 เป็นต้นมา ต่อมา สำนักงานฯ ไม่สามารถ
จัดให้บริษัทฯ เข้าดำเนินการตามสัญญาได้และบอกเลิกสัญญากับบริษัทฯ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2542
บริษัทฯ จึงขอยกเลิกสัญญาดังกล่าว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2542 ทำให้บริษัทฯ ไม่มีรายได้ที่ไม่ต้อง
เสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการประกอบกิจการดังกล่าวอีกต่อไป จึงได้ยื่นขอเปลี่ยนแปลงการเฉลี่ยภาษีซื้อใหม่
ตามที่เคยยื่นไว้ในอัตรา 20:80 มาเป็นการยื่นภาษีซื้อ 100% ดังนี้
3.1 ภาษีซื้อในส่วนที่ได้จ่ายไปแล้ว 80% แต่ไม่ได้ขอคืนภาษีซื้อไว้ ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม
2540 - 10 พฤศจิกายน 2542 บริษัทฯ จะขอยื่นแบบ ค.10 ย้อนหลังในส่วนที่ไม่เกิน 3 ปี
3.2 ภาษีซื้อในส่วนที่จ่ายไปแล้ว 80% แต่ไม่ได้ขอคืนภาษีซื้อไว้ ตั้งแต่วันที่ 11
พฤศจิกายน 2542 เป็นต้นไป บริษัทฯ จะขอยื่นภาษีซื้อ 100%
4. ต่อมาบริษัทฯ ได้มีหนังสือ ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2544 ขอขยายเวลาการ ขอคืน
ภาษีมูลค่าเพิ่มในส่วนที่จ่ายไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2540 ถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2542 ทั้งหมด
รวมส่วนที่เกิน 3 ปี เนื่องจากบริษัทฯ เข้าใจข้อกฎหมายคลาดเคลื่อนทำให้บริษัทฯ ไม่ได้ขอขยาย
ระยะเวลาในการขอคืนตั้งแต่แรก
5. สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ได้ตรวจสอบรายงานภาษีซื้อและใบกำกับภาษี ตั้งแต่เดือนภาษี
มีนาคม 2540 - พฤศจิกายน 2542 ไม่พบภาษีซื้อต้องห้าม ภาษีซื้อที่ขอคืนมีเพียงร้อยละ 20 จริงและ
ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสำนักงาน ค่าโทรศัพท์ และค่ารักษาความสะอาด เป็นต้น และสำนักงาน
ภาษีสรรพากรพื้นที่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การประกอบกิจการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วยเครื่อง
จำหน่ายสลากอัตโนมัติ เป็นการประกอบกิจการขายสินค้าที่ได้รับ ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 3(2)
แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 ดังนั้น ภาษีซื้อจากการประกอบกิจการดังกล่าว จึง
ไม่สามารถนำมาขอคืนได้สำนักงานสรรพากรภาคได้พิจารณาแล้วเห็นว่า บริษัทฯ จะขอเปลี่ยนแปลงการ
เฉลี่ยภาษีซื้อจากเดิม 20:80 เป็น 100% ก็ต่อเมื่อบริษัทฯ ได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษี มูลค่า
เพิ่มเกี่ยวกับประเภทกิจการที่จะประกอบการซึ่งต้องเป็นกิจการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มชัดเจน เนื่องจากเดิม
บริษัทฯ ได้จดทะเบียนแจ้งการขายส่ง ขายปลีก ให้บริการระบบจำหน่ายสลากอัตโนมัติ และวัสดุอุปกรณ์
เกี่ยวกับงานดังกล่าว ซึ่งการจำหน่ายสลากได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81(1)(น) แห่ง
ประมวลรัษฎากร และตามมาตรา 3(2) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239) พ.ศ.2534 บริษัทฯ จึง
ไม่มีสิทธิขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามมาตรา 81/3 แห่งประมวลรัษฎากร
ส่วนวัสดุอุปกรณ์อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงเป็น กิจการเดียวที่บริษัทฯ ได้จดแจ้งไว้และเมื่อ
บริษัทฯ ยกเลิกสัญญา ไม่มีการจำหน่ายสลากก็ย่อมไม่มีวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับงานดังกล่าวเช่นเดียวกัน
ดังนั้น บริษัทฯ จะเปลี่ยนแปลงการเฉลี่ยภาษีซื้อเป็น 100% ไม่ได้จนกว่าบริษัทฯ ได้จดทะเบียนระบุ
กิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มชัดเจนก่อนส่วนกรณีการขอขยายระยะเวลาการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น ไม่
สามารถขยายได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายในประมวลรัษฎากร ระบุให้อำนาจอธิบดีกรมสรรพากรกระทำได้

แนววินิจฉัย
: กรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการขายส่ง ขายปลีก ให้บริการระบบจำหน่ายสลากอัตโนมัติและวัสดุ
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าว และบริษัทฯ ได้ทำสัญญากับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็น
ผู้แทนจำหน่ายสลากบำรุงการกุศลแบบอัตโนมัติ (ระบบ ON LINE) ซึ่งการประกอบกิจการจำหน่าย
สลากกินแบ่งรัฐบาลได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81(1)(น) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับ
มาตรา 3(2) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 และการจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์เป็น
กิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร จึงเป็นการ
ประกอบกิจการทั้งประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ จึง
ไม่มีสิทธิขอคืนภาษีซื้อที่เกิดจากการประกอบกิจการทั้งจำนวน แต่ต้องเฉลี่ยภาษีซื้อที่จะนำไปหักออกจาก
ภาษีขายตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งตามข้อเท็จจริงบริษัทฯ ได้ยื่นแบบ ภ.พ.30 ตั้งแต่
เดือนภาษีมีนาคม 2540 - เดือนภาษีพฤศจิกายน 2542 โดยแสดงยอดซื้อที่มีสิทธินำภาษีซื้อมาหักใน
การคำนวณภาษีในเดือนภาษีเพียงร้อยละ 20 เนื่องจากบริษัทฯ ประมาณการรายได้ที่ต้องเสีย
ภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราส่วน 20:80 ตามข้อ 2 ของ
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29)ฯ ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2535
ต่อมาสำนักงานฯ ไม่สามารถจัดให้บริษัทฯ เข้าดำเนินการตามสัญญาได้ จึงเลิกสัญญาเมื่อวันที่ 11
พฤศจิกายน 2542 ทำให้บริษัทฯ ไม่มีรายได้ที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการประกอบกิจการดังกล่าว
อีกต่อไป ดังนั้น ในการยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือนภาษีพฤศจิกายน 2542 บริษัทฯ จึงแสดงยอดซื้อที่มีสิทธินำ
ภาษีซื้อมาหักในการคำนวณภาษีสำหรับก่อนวันที่ 11 พฤศจิกายน 2542 โดยการเฉลี่ยภาษีซื้อในอัตราส่วน
20:80 และยอดซื้อที่มีสิทธินำภาษีซื้อมาหักในการคำนวณภาษีตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2542 ทั้งจำนวน
สำหรับการยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือนภาษีธันวาคม 2542 เป็นต้นไป บริษัทฯ แสดงยอดซื้อที่มีสิทธินำภาษีซื้อ
มาหักในการคำนวณภาษีทั้งจำนวน 100% กรณีดังกล่าว
1. การจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 8 1(1)(น) แห่ง
ประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 3(2) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 และ
เป็นกิจการที่ไม่มีสิทธิแจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากรเพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
ตามมาตรา 81/3(1) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อ ทรัพย์สินเพื่อใช้หรือจะใช้
ในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีซื้อที่เกิดจาก รายจ่ายของกิจการประเภทที่ไม่ต้อง
เสียภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าว จึงเป็นภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา
82/5(6) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2(3) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับ
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42)ฯ ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2535 บริษัทฯ จึงไม่มีสิทธิขอคืนภาษีซื้อใน
ส่วนที่ได้จ่ายไปแล้ว 80% สำหรับกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษี มูลค่าเพิ่มตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2540 -
10 พฤศจิกายน 2542 ได้
2. กรณีบริษัทฯ ขอเปลี่ยนแปลงวิธีการเฉลี่ยภาษีซื้อจากเดิม 20:80 เป็น 100% นั้น เมื่อ
บริษัทฯ มิได้ประกอบกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอีกต่อไป แต่ได้ประกอบ กิจการประเภทที่
ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยแจ้งเปลี่ยนแปลงประเภทของการประกอบการเป็น ขายส่ง ขายปลีก
เครื่องมือสื่อสาร เครื่องโทรคมนาคม เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ แบบพิมพ์ ตลอดจนอุปกรณ์และ
อะไหล่ของสินค้าดังกล่าวทุกชนิดทุกประเภท ให้บริการให้คำปรึกษา แนะนำรับบริหารงานโครงการต่าง ๆ
ตลอดจนเป็นนายหน้า ตัวแทนในกิจการอื่น ๆ ทุกประเภท บริษัทฯ จึงมีสิทธิขอคืนภาษีซื้อที่เกิดจาก
กิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้ทั้งจำนวน โดยไม่ต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรให้
เปลี่ยนแปลงวิธีการเฉลี่ยภาษีซื้อแต่อย่างใด

เลขตู้
: 65/31241
rcbkk@hotmail.com
สมาชิกเท่านั้นที่สามารถโต้ตอบในกระทู้นี้ได้
ABUSE REPORT!!! / แจ้งลบหน้าที่ไม่เหมาะสม close [x]

[ Thaimisc.com | BBZnet.com | Be2Hand.com | O2blog.com | ManyFile.com | Pukpik.com | Free Webboard | Free Forums ]
Our services
ฝาก Server : colocation | co-location | colo
ซื้อ Server : server dell | ซื้อserver | ราคา server | dell server
ฝากเวบไซต์ : hosting | web hosting | windows hosting | hosting windows
E-commerce : เสื้อผ้า | เสื้อผ้าแฟชั่น | Old Coins | Old Stamps
www.lottothai.net Get free counter at Cgi2yoU.comเริ่ม 8 มีค.50