^-^ ยินดีต้อนรับ สู่เว็บบอร์ดพระเจ้าสิบชาติกรุณาใช้คำสุภาพด้วยค่ะ                                 
ทางเข้าธรรมะปิติ ๑ ( บอร์ดเก่า )

ติดต่อลงโฆษณา ในเวปบอร์ดนี้

Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code

ปัญญา ย่อมประเสริฐกว่าทรัพย์

- กลับไปยังหมวดหลักของกระทู้นี้
  - ปัญญา ย่อมประเสริฐกว่าทรัพย์
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ กระทู้โดย : goganut IP ADDRESS : 43.244.159.18 , ,

Posts : 6
Replies : 22


« เมื่อ 28/12/2004 , 09:51:12 » Send Topic Set to Print Page Edit


            ปัญญา    วะ    ธะณนะ    เสยโย         แปลว่า     ปัญญานั้นแหละ    ประเสริฐกว่าทรัพย์


       " ปัญญา"     หมายถึง   ความรอบรู้ในสภาวธรรมทั้งหลาย   เช่น     รู้ดี   รู้ชั่ว    รู้คุณ   รู้โทษ    รู้ประโยชน์   มิใช่ประโยชน์   รู้นรก    รู้สวรรค์   รู้นิพพาน


"   ทรัพย์ "    ได้แก่   วัตถุเครื่องปลื้มใจและใช้แลกเปลี่ยนสิ่งของกันและกัน   ไม่มีความรูสึกดีชั่ว      ไม่รู้บาปไม่รู้บุญ      ไม่รู้จักคุณโทษ    ไม่รู้จักประโยชน์มิใช่ประโยชน์    เมื่อเกิดปัญหาและอุปสรรคแก่ชีวิต   ทรัพย์สินนั้นก็ช่วยได้โดยทางอ้อม      คือเอาเป็นค่าจ้างคนมีปัญญามาช่วยเหลือเท่านั้น


         ส่วนปัญญานั้นสามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคได้โดยตรง    และรวดเร็วทันใดไม่ชักช้า     คนมีปัญญาแม้ไม่มีทรัยพ์ก็สามารถดำรงตนอยู่ได้     คนมีปัญญาสามารถรักษาทรัพย์สินให้มั่นคงได้       คนมีปัญญาสามารถหาทรัพย์สินได้ไม่ยาก       คนมีปัญญาแม้ไม่มีทรัพย์ก็หาความสุขได้      คนมีปัญญาสามารถทำทรัพย์ให้ออกดอกออกผลได้     คนมีปัญญาจะไม่ถูกเขาหลอกให้เสียทรัพย์


เพราะฉะนั้น     จึงชี้ให้เห็นว่า     ปัญญานั้นแหละประเสริฐหว่าทรัพย์อย่างแน่นอน


                                              คำกลอน


                                      มีปัญญา   ย่อมดี    กว่าทรัพย์แน


                                 เพราะช่วยแก้    ปัญหา    ฆ่าขัดสน


                                 ทั้งช่วยแก้       อุปสรรค     ผลักอับจน


                                 ต่างจากคน      มีแต่ทรัพย์    อัปปัญญา...


 จากพระไตรปิฎกเล่ม     26  หน้า   379


 

letohome@yahoo.com

แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : goganut IP ADDRESS : 43.244.159.18 , ,


Posts : 6
Replies : 24
« Reply #1 เมื่อ 28/12/2004 , 10:40:09 » Edit

                     จิตตัง     รักเขถะ    เมธาวี      แปลว่า      ผู้มีปัญญา    พึงรักษาจิต


"   ผู้มีปัญญา "    หมายถึง    ผู้มีความรู้รอบด้าน      รู้ทุกอย่าง    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง     รู้รอบด้านในตัวของเรานี้แหละ      ในตัวเราประกอบด้วย    ธาตุ    ๔       ขันธ์    ๕     อายตนะ    ๑๒    อินทรีย์    ๒๒    จิต      เจตสิก      รูป   เป็นต้น


ผู้มีปัญญาจะรู้รอบด้านในสิ่งเหล่านี้      ท่านจะรู้รอบด้านในกระบวนการของจิต     ซึ่งดิ้นรน    กวัดเเกว่งแสวงหาแต่สิ่งที่ชอบใจพอใจมักจะนำความทุกข์ทรมานมาสู่ตน     จึงจำต้องรักษาจิต    ไม่ให้ตกไปตามอำนาจของกิเลสตัณหา    โดยยึดหลักดังนี้


๑.        มีสติสัปชัญญะ       ตามรู้ทันพฤติกรรมของจิต      ว่า   มีความกำหนัดยินดีหรือไม่มี       มีความโกรธหรือไม่มี    ความหลงหรือไม่มี      ถ้ามีก็รีบแก้ไขตามสถานการณ์นั้น   ๆ


๒.    เจริญสมถกรรมฐาน    ๔๐      ข้อ    ข้อใดข้อหนึ่งที่ถูกกับจริตของตน     จนสามารถควบคุมจิตให้อยู่ในอารมณ์เดียว


๓.    เจริญวปัสสนากรรมฐาน    คือพิจารณารูปและนามคือกายกับใจ       ให้เห็นว่า    ไม่เที่ยง    เป็นทุกข์    เป็นอนัตตา   ไม่ยึดติดว่านั้นเป็นของเรา    นี่เป็นของเรา


                                                                    คำกลอน


                                             ผู้มีปัญญา     ย่อมรักษา        แต่ดวงจิต


                                      ไม่ให้คิด      นอกทาง          ห่างธรรมศีล


                                      คุมจิตไว้      ในกรรมฐาน     เป็นอาจิณ


                                      จิตไม่ดิ้น       จึงสงบ            พบสุขเอย.....


จากพระไตรปิฎกเล่ม   25   หน้า     19

letohome@yahoo.com
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : namsai IP ADDRESS : 202.133.132.236 , ,


Posts : 5
Replies : 29
« Reply #2 เมื่อ 28/12/2004 , 10:56:43 » Edit

มารับธรมยามเช้าจากพี่บัวครับผม


แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : goganut IP ADDRESS : 43.244.159.18 , ,


Posts : 6
Replies : 25


« Reply #3 เมื่อ 28/12/2004 , 11:03:14 » Edit

            อะโยคา     ภูริสังขะโย    แปลว่า     ปัญญาหมดสิ้นไป   เพราะการไม่ประกอบ


"   ปัญญา "      คือความรอบรู้ในสภาวะธรรมทั้งหลายมีรู้ดี   รู้ชั่ว    รู้คุณ   รู้โทษ   เป็นต้น


ปัญญาหมดสิ้นไป    เพราะการไม่ประกอบ     ปัญญามีเกิดขึ้นได้     จึงมีการหมดสิ้นไปได้     ทั้งนี้ก็เพราะไม่มีการประกอบ      ไม่มีการแสวงหา    ซึ่งมี     ๓     ประการ   คือ


  ๑.     ไม่ประกอบด้วยการฟัง      คือเป็นคนขี้เกียจในการฟัง    เบื่อการฟัง    ไม่สนใจที่จะฟัง      แม้จะมีท่านผู้รู้มาเทศน์มาแสดงธรรม      มีวิทยากรมาบรรยายธรรมะ      มีการโต้วาที    มีการปภิปรายธรรมก็ไม่ยอมฟัง    ปัญญาจึงไม่งอกงาม


๒.      ไม่ประกอบด้วยการคิด     บางคนเกียจคร้านที่จะคิด    ได้ยินได้ฟังอะไรหรืออ่านเรื่องอะไรเเล้วก็ไม่เคยนำมาคิดพิจารณา     ปล่อยทิ้งไปเปล่า   ๆ     ปัญญาก็หมด


๓.    ไม่ประกอบด้วยการอบรมฝึกฝน    ไม่สนใจจะเข้าฝึกอบรมกรรมฐานใด   ๆ    แม้จะมีการอบรมฟรี     ไม่ได้เสียเงินทอง     แต่ก็ไม่สนใจจะเข้าฝึกอบรม    ปัญญาจึงไม่เกิด     มีแต่จะหมดไปสิ้นไปเท่านั้น


                         คำกลอน


                      ปัญญาเดิม    สิ้นไป      ได้หมดสิ้น


                      ขี้เกียจกิน     ไม่ฟัง       นั่งหงอยเหงา


                      ไม่รู้คิด        ปล่อยจิต    นั่งมึนเมา


                      ปัญญาเก่า    หมดไป     ได้โง่แทน.....


จากพระไตรปิฎกเล่ม 25 หน้า 52



                 สุโข ปัญญาปะฎิลาโภ แปลว่า การได้ปัญญา ทำให้เกิดความสุข

                                         คำกลอน 

                         คนมีปัญญา    ย่อมหา       ความสุขได้
 
                         รู้จักใช้        ไตร่ตรอง      มองเหตุผล

                         รู้จักแก้        อุปสรรค       ผลักจากตน

                         จึงได้ผล       คือความสุข    หมดทุกข์ไป

letohome@yahoo.com
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : goganut IP ADDRESS : 43.244.159.18 , ,


Posts : 6
Replies : 26
« Reply #4 เมื่อ 28/12/2004 , 11:15:27 » Edit

จ๊ะเอ๋......สวัสดีค่ะคุณน้ำใส...อากาศมันหนาว  ๆ   ก็เลยลุกขึ้นมาพิมพ์ธรรมะแจกจ่ายเพื่อนธรรมอ๊ะคะ..หลังจากนั่งมองยืนมองกระแหย่งมองกระทู้มาหลายวัน  มันชักจะขี้เกียจมากไปแล้วก็เลยลุกขึ้นมาสลัด  ๆ   เอาเจ้าตัวขี้เกียจออกไปบ้างอ๊ะคะ..พิมพ์ต่อนะคะ


           ปัญญา   นะรานัง    ระตะนัง    แปลว่า      ปัญญา    เป็นรัตนะของเหล่านรชน


                       คำกลอน 


               อันเพชรนิล       จินดา        หาภายนอก


               เป็นเครื่องบอก    ว่ารวย       และสวยเก๋


               แต่ช่วยแก้        ปัญญา        นั้นเกเร


               สุดแสนเท่        คือปัญญา     สง่างาม


 

letohome@yahoo.com
ตอบกลับกระทู้นี้
  ไอคอนข้อความ :
** ชื่อ : สมัครสมาชิก : เข้าสู่ระบบ
** Security Code : ! ใส่ Code ตามที่ปรากฏที่ภาพด้านข้าง
กรุณากด F5 หาก Security Code ไม่แสดงผล
  อีเมล์ :
  รูปภาพประกอบ : ขนาดไม่เกิน 100KB **สมาชิกเท่านั้น
(BBZnet.com เพิ่มเนื้อที่เก็บภาพให้แต่ละบอร์ดมากถึง 1GB ต้องการมีเว็บบอร์ดของตัวเอง คลิกที่นี่เพื่อสมัครสมาชิก)
  ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
** ข้อความ :

ไอคอนอื่นๆ
  ใช้ไอคอน
B i U URL CENTER IMG Li Font QUOTE Special Tag
( เปลี่ยนไปใช้งานแบบ HTML Editor Mode, ต้องการ IE6+ และเปิดใช้งาน Java Script )
    คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ webmaster@bbznet.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
     บอร์ดคนเมืองบัว        บอร์ดลานธรรม       บอร์ดแม่พลอย       บอร์ดพี่ดอกแก้ว       เว็บคุณใจเป็นธรรม       บอร์ดมิติพิศวง          บอร์ดศาสนา        เว็บคุณกาแฟ        เว็บนิทานญี่ปุ่น        บอร์ดคุณโบตั๋น

ลิ้งค์เพื่อนบ้าน