ติดต่อลงโฆษณา ในเวปบอร์ดนี้

Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code

การปลูกพืชในพื้นที่ดินเค็ม

- กลับไปยังหมวดหลักของกระทู้นี้
  - การปลูกพืชในพื้นที่ดินเค็ม
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ กระทู้โดย : zsuwan34 IP ADDRESS : 203.144.144.163 , , 58.8.135.138

Posts : 10
Replies : 12


« เมื่อ 19/08/2007 , 07:35:05 » Send Topic Set to Print Page Edit


การปลูกพืชในพื้นที่ดินเค็ม

จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมของกรมพัฒนาที่ดินพบว่า ปัจจุบันอีสานมีพื้นที่ดินเค็มถึง 17.8 ล้านไร่ และมีพื้นที่มีศักยภาพในการกระจายเกลืออีก 19.4 ล้านไร่ ทำให้เกิดปัญหา
ในพื้นที่เกษตรกรรม ผลผลิตตกต่ำ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมใน
อนาคต กรมพัฒนาที่ดินได้ขานรับนโยบายรัฐบาลเป็นหน่วยงานหลักดำเนินการพัฒนาที่ดินที่มี
ปัญหาของเกษตรกร ให้สามารถเป็นแหล่งทำมาหากินไม่แร้นแค้น

ทั้งนี้นายสิมา โมรากุล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า มาตรการหลักในการจัดการพื้นที่ดินเค็ม
กรมพัฒนาที่ดินดำเนินการป้องกันไม่ให้เกิดดินเค็มเพิ่มมากขึ้น โดยการแก้ไขและการใช้ประโยชน์พื้นที่
ดินเค็มได้ด้วยหลักการเทคโนโลยีไม่ยุ่งยาก ลงทุนไม่มากเกินไป เกษตรกรสามารถปฏิบัติได้เอง เช่น การล้างดิน การปรับปรุงคุณภาพดินด้วยอินทรีย์วัตถุ การนำพืชที่เหมาะสมมาปลูกและการใช้พื้นที่ดินเค็มให้
เหมาะสมไปตามสภาพธรรมชาติ มีมาตรการดังนี้คือ

การป้องกันการแพร่กระจายของดินเค็ม
1. หลีกเลี่ยงการสร้างอ่างเก็บน้ำในบริเวณที่มีน้ำใต้ดินเค็มและตื้น เนื่องจากจะก่อให้เกิดการยกระดับ
ของน้ำใต้ดินที่เค็มให้อยู่ใกล้ผิวดินมากขึ้น
2. ปลูกไม้ยืนต้นทนเค็ม ทนแล้ง โตเร็ว รากลึก ใช้น้ำมากและเหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น ไม้ยืนต้นที่
ปลูกจะช่วยดูดซับน้ำฝนส่วนเกิน ไม่ให้ชะเกลือไหลแพร่กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ
3. ในพื้นที่ทำนาเกลือ ควรทำคันดินกั้นน้ำหรือขุดคูระบายน้ำเกลือส่วนที่เป็นน้ำทิ้ง

การปรับปรุงแก้ไขและการใช้ประโยชน์พื้นที่ดินเค็ม
1. กำจัดเกลือส่วนเกินออกจากดินบริเวณรากพืช เพื่อให้พืชเจริญเติบโตได้ดีขึ้น ดินที่มีเกลืออยู่สามารถ
กำจัดออกไปได้โดยการชะล้างด้วยน้ำ ที่นิยมปฏิบัติมี 2 วิธีคือ
- การให้น้ำล้างดินแบบต่อเนื่อง ใช้กับพื้นที่ที่เนื้อดินเป็นทรายและน้ำใต้ดินที่เค็มอยู่ตื้น วิธีการคือให้น้ำ
ท่วมผิวดินประมาณ 10 ซม. ตลอดเวลา เพื่อทดแทนน้ำส่วนที่ระบายออกและสูญเสียโดยการคายระบาย ระเหย วิธีการนี้นิยมใช้กับพืชที่ทนการมีน้ำขังนานได้ เช่น ข้าว ข้อดีของวิธีนี้คือใช้เวลาแก้ไขดินเค็มรวดเร็ว
แต่มีข้อเสียคือใช้น้ำปริมาณมากและดูแลมาก

- การให้น้ำล้างดินแบบเป็นช่วงเวลา วิธีการนี้เหมาะสำหรับดินที่มีการซึมน้ำต่ำและน้ำใต้ดินอยู่ลึก น้ำใต้ดินไม่เค็มหรือเค็มเล็กน้อย ขั้นแรกใช้น้ำชลประทานประมาณ 200 ลูกบาศก์เมตร/ไร่ เพื่อละลายเกลือ
หลังจากนั้นจึงให้น้ำอีกประมาณ 300 ลูกบาศก์เมตร/ไร่ เพื่อล้างเกลือออกไปและป้องกันการเกิดเกลือ
ขึ้นใหม่ในชั้นดินบน แต่ระยะเวลาการล้างดินจะมากกว่าวิธีแรกประมาณ 40 % เพื่อล้างเกลือให้ออกจาก
ดินบนความลึก 60 ซม. วิธีนี้นิยมใช้กับพืชไร่ และผักต่างๆ ข้อดีคือประหยัดน้ำได้มากกว่า แต่ใช้เวลาในการ
ล้างดินมากกว่า
เมื่อความเค็มของดินลดถึงระดับหนึ่งที่สามารถใช้ปลูกพืชได้ ขั้นตอนต่อไปคือการคัดเลือกพืชที่จะ
นำมาปลูก ซึ่งก็มีความสำคัญไม่แพ้การปรับปรุงดินเช่นกัน

2. การปลูกพืชในพื้นที่ดินเค็ม
การเลือกปลูกพืชทนเค็มเป็นวิธีที่ได้ผล ประหยัด คุ้มค่าและเกษตรกรสามารถจัดการด้วยตัวเองได้ใน
พื้นที่ดินเค็ม โดยการคัดเลือกพืชทนเค็มที่เหมาะสมในพื้นที่ดินเค็มระดับความเค็มต่างๆ ดินที่มีระดับความ
เค็มไม่มากเกินไปนัก ก็สามารถปลูกพืชบางชนิดได้ เช่น ถั่วฝักยาว ผักกาด ขึ้นฉ่าย พริกไทย กะหล่ำ บวบ
แตงโม กระเทียม ผักโขม มะเขือเทศ หน่อไม้ฝรั่ง คะน้า ชะอม เป็นต้น

วิธีการปลูกพืชในพื้นที่ดินเค็ม
การเตรียมแปลงปลูกพืช จะต้องจัดทำวิธีการปลูกพืชให้ถูกต้อง เพื่อให้พืชถูกผลกระทบจากความเค็ม
ของเกลือน้อยที่สุด โดยปกติจะยกร่องแล้วปลูกตรงกลางร่อง โดยวิธีนี้เกลือจะเคลื่อนไปสะสมในบริเวณ
กลางร่องพอดี เนื่องจากเป็นที่สูงและมีการระเหยน้ำสูงสุด ทำให้เมล็ดพืชได้รับผลกระทบจากความเค็ม แต่
ในบริเวณริมร่องทั้ง 2 ข้างมีความเค็มน้อยกว่า ดังนั้น บริเวณนี้จึงเป็นบริเวณที่สมควรจะปลูกพืช
อาศัยหลักการนี้สามารถดัดแปลงรูปร่างของแปลงเป็นแบบต่างๆ โดยให้มีส่วนสูงไว้คอยดึงความชื้น เพื่อเกิดการสะสมเกลือในบริเวณนี้ แล้วจึงปลูกพืชในบริเวณที่ต่ำกว่า

เฉพาะพื้นที่ดินภาคตะวันออกเฉียงเหนือในบริเวณที่เป็นดินเค็มน้อย เกษตรกรที่ปลูกข้าวจำเป็นจะต้อง
ได้รับการจัดการที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถเพิ่มผลผลิตข้าว โดยขังน้ำไว้ในนา เพื่อชะล้างคราบเกลือ จนน้ำ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ แล้วระบายน้ำทิ้ง ทำแบบนี้ 2-3 ครั้ง แล้วใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก หรือปลูกปุ๋ยพืชสด จำพวกโสนแอฟริกัน โสนคางคก โสนอินเดีย ปลูกแล้วให้ไถกลบในช่วงที่ต้นพืชออกดอก
แล้วทำการไถพรวนคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน

ในการเตรียมดินเพื่อปักดำข้าวนั้น ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่หมักได้ที่แล้ว จึงคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน
ถ้าเป็นปุ๋ยคอกหมักไว้ก่อนปักดำประมาณ 3-9 วัน แต่ถ้าเป็นปุ๋ยหมักจะต้องใส่ก่อน 30 วัน หากเป็นดินเหนียว
ควรใส่แกลบอัตรา 2-5 ตันต่อไร่ ไถคลุกเคล้ารวมกับดินก่อนปักดำข้าวอย่างนี้

สำหรับข้าวที่ใช้พันธุ์ข้าวทนเค็ม เช่น หอมอัน น้ำสะกุย19 ข้าวดอกมะลิ105 เก้ารวง88 แดงน้อย เจ๊กกระโดด ขาวตาอู่ กข.8 คำฝ้าย41 ขาวหางเบา กข.1 เหนียวสันป่าตอง กอเดียวเบา ขาวตาแห้ง

จากนั้นใช้กล้าที่มีอายุประมาณ 5 สัปดาห์ ปักดำให้ถี่ขึ้นประมาณ 20 x 20 ซม. และต้นข้าวให้ห่าง
ประมาณ 6-8 ต้นต่อจับ รวมทั้งใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 16-20-0 ใส่ 3 ครั้ง ๆ ละ 10 กก.ต่อไร่ ใส่ในช่วงที่ 1 ระยะ
ภายหลังปักดำแล้ว 7 วัน ช่วงที่ 2 ระยะที่ข้าวแตกกอ และช่วงที่ 3 ระยะที่ข้าวเริ่มตั้งท้อง ส่วนปุ๋ยโปแตสเซียม
คลอไรด์ใส่ครั้งเดียวก่อนเตรียมดินในอัตรา 10 กก.ต่อไร่ นอกจากนี้จะต้องสังเกตน้ำ ถ้าเปลี่ยนสีเป็นสี
น้ำตาลอ่อนหรือลักษณะของต้นข้าวเมื่อปลายใบเริ่มไหม้ ให้ระบายน้ำออก

ส่วนการปรับปรุงพื้นที่ดินเค็มชายทะเลนั้นต้องใช้ต้นทุนสูงมาก ดังนั้นจึงควรใช้ที่ดินให้เหมาะสมไปตาม
ธรรมชาติ เช่น ใช้เป็นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งทะเล ปลูกป่าชายเลน (แสม โกงกาง ตะบูน และต้นจาก)
ทำนาเกลือ และการทำสวนมะพร้าวเพื่อทำน้ำตาลปี๊บ


เรื่องปัญหาดินเค็ม สนใจสอบถามได้ที่กลุ่มปรับปรุงดินเค็ม กองอนุรักษ์ดินและน้ำ กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 579-5546


ที่มา : สวนเกษตร ปีที่ 2 ฉบับที่ 35 ปักษ์หลัง เดือนมกราคม 2544
zsuwan34@gmail.com

แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : อ่านะ IP ADDRESS : 119.160.223.101 , ,



« Reply #1 เมื่อ 11/07/2011 , 13:08:19 » Edit
อยากทราบงิธีการปลูกต้นไม้ด้วยดินเค็มอย่างละเอียดครับทั้งอุณหภูมิและอื่นๆ
แ้ฟรื๑เทฟรส.แนท
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : farmkaset IP ADDRESS : 180.180.149.215 , ,



« Reply #2 เมื่อ 04/05/2012 , 10:00:05 » Edit
"การปลูกมันสำปะหลังอย่างไรให้ได้ผลผลิตสูง" การปลูกมันให้ได้ผลผลิตสูงขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกท่อนพันธุ์ วิธีการปลูก, วิธีการบริหารและการจัดการแปลงมันสำปะหลัง ,ปุ๋ย และที่สำคัญต้องไม่ขาดน้ำ หลักวิชาการในเว็ปน่าจะเป็นแนวทางเบื่องต้นสำหรับคนที่สนใจจจะปลูกมันสำปะหลังได้ ลองเข้าไปชมได้นะค่ะ หรือสนใจวิธีการปลูกมันสำปะหลัง สามารถติดต่อ ฟาร์มเกษตร ได้ที่โทร 089-4599003

http://www.farmkaset.net/opc15/index.php?route=product/category&path=65#ytplayer
teeraphap00@gmail.com
ตอบกลับกระทู้นี้
  ไอคอนข้อความ :
** ชื่อ : สมัครสมาชิก : เข้าสู่ระบบ
** Security Code : ! ใส่ Code ตามที่ปรากฏที่ภาพด้านข้าง
กรุณากด F5 หาก Security Code ไม่แสดงผล
  อีเมล์ :
  รูปภาพประกอบ : ขนาดไม่เกิน 100KB **สมาชิกเท่านั้น
(BBZnet.com เพิ่มเนื้อที่เก็บภาพให้แต่ละบอร์ดมากถึง 1GB ต้องการมีเว็บบอร์ดของตัวเอง คลิกที่นี่เพื่อสมัครสมาชิก)
  ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
** ข้อความ :

ไอคอนอื่นๆ
  ใช้ไอคอน
B i U URL CENTER IMG Li Font QUOTE Special Tag
( เปลี่ยนไปใช้งานแบบ HTML Editor Mode, ต้องการ IE6+ และเปิดใช้งาน Java Script )
    คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ webmaster@bbznet.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด