ติดต่อลงโฆษณา ในเวปบอร์ดนี้

Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code

วิธีการสังคมสงเคราะห์ตามแนวพุทธศาสนา

- กลับไปยังหมวดหลักของกระทู้นี้
  - วิธีการสังคมสงเคราะห์ตามแนวพุทธศาสนา
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ กระทู้โดย : admin IP ADDRESS : 118.172.24.138 , ,

Posts : 53
Replies : 30


« เมื่อ 18/08/2009 , 08:40:58 » Send Topic Set to Print Page Edit


วิธีการสังคมสงเคราะห์ตามแนวพุทธศาสนา
วิธีการสังคมสงเคราะห์ตามแนวพุทธ ก็คือ การจัดให้มีการดำเนินการสังคม
สงเคราะห์ให้สอดคล้องกับแนวคิดและหลักการสังคมสงเคราะห์ตามแนวทางพระพุทธศาสนา
พุทธธรรมที่เป็นวิธีการสังคมสงเคราะห์ คือ คำสอนที่สอนให้บุคคลรู้จักการดำเนินชีวิตของมนุษย์รู้จักดำเนินชีวิตให้บรรลุประโยชน์ที่เป็นจุดหมายของชีวิต ที่เรียกว่า อัตถะ ๓ ประการ ได้แก่
๑. ทิฏฐธัมมิกัตถะ คือ ประโยชน์ปัจจุบัน
๒. สัมปรายิกัตถะ คือ ประโยชน์เบื้องหน้า
๓. ปรมัตถะ คือ ประโยชน์สูงสุด
อัตถะ ๓ ประการนี้ เป็นวิธีการสังคมสงเคราะห์ที่สอดคล้องกับแนวคิดและหลักการ
สังคมสงเคราะห์ตามแนวพุทธ ในลักษณะดังนี้

๑. ในแง่ของความคิด
อัตถะ ๓ ประการ เป็นวิธีการสังคมสงเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหาของชีวิต คือ
๑) ทิฏฐธัมมิกัตถะ เป็นวิธีสงเคราะห์ให้บุคคลได้มาซึ่งปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างเพียงพอ เป็นการสงเคราะห์รายบุคคล
๒) สัมปรายิกัตถะ เป็นวิธีการสงเคราะห์เพื่อให้สังคมมีความสงบสุข เป็นการตอบสนองด้านสังคม เป็นการมุ่งสงเคราะห์เพื่อให้แก้ปัญหาส่วนสังคม
๓) ปรมัตถะ เป็นวิธีการสงเคราะห์ด้านจิตใจ เพื่อให้บุคคลมีความมั่นคงสงบสุข เป็นการตอบสนองด้านจิตใจ วิธีนี้เป็นการดับปัญหาอย่างสิ้นเชิง

๒. ในแง่ของหลักการ
อัตถะ ๓ ประการ สอดคล้องกับหลักการสงเคราะห์ชุมชนตามแนวพุทธ ดังนี้
๑) อัตถะ ๓ ประการ เป็นวิธีการสงเคราะห์ที่เป็นไปตามหลักเหตุผล หรือแก้ไขปัญหา
ตามสาเหตุ เป็นวิธีการสงเคราะห์ทั้งในแง่ เศรษฐกิจ สังคม จิตใจ อย่างสมดุลกัน
๒) อัตถะ ๓ ประการ เป็นวิธีสงเคราะห์ที่ทุกคนต้องลงมือปฏิบัติเอง เป็นวิธีการแก้ไขที่
ค่อยเป็นค่อยไปตามความเหมาะสม เป็นการขจัดปัญหาทั้ง ๓ ด้าน โดยมุ่งให้ดับปัญหาได้ในที่สุด และเป็นประโยชน์แก่สังคมโดยรวม

๓. ในแง่ของกระบวนการสงเคราะห์
ในแง่ของการสงเคราะห์ อัตถะ ๓ ประการ เป็นคำสอนหลักหรือเป็นวิธีการสงเคราะห์ที่เป็นจุดเริ่มต้นที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติตามคำสอนข้ออื่น ๆ ที่สนับสนุนการสงเคราะห์ตามหลักอัตถะ ๓ ประการได้อย่างเป็นระบบ เช่น การสงเคราะห์ตามหลักทิฏฐธัมมิกัตถะ ข้ออุฎฐานสัมปทา ย่อมนำไปสู่หลักอิทธิบาทสี่ เป็นต้น
ดังนั้น อัตถะ ๓ ประการ จึงเป็นวิธีการสังคมสงเคราะห์ตามแนวพระพุทธศาสนา โดยวิธีการแล้ว อัตถะ ๓ ประการเป็นการสงเคราะห์ที่มุ่งให้เกิดผลเป็นการตอบสนองความต้องการของชีวิตและแก้ไขปัญหาของชีวิต ในลักษณะดังต่อไปนี้

๑. การแก้ไขปัญหาส่วนบุคคล
ปัญหาส่วนบุคคลเป็นปัญหาที่เกิดจากความต้องการที่จำเป็นทางชีววิทยา บุคคล
จะต้องแสวงหาปัจจัยที่จำเป็นต่างๆ อย่างน้อยปัจจัยสี่ มาตอบสนองความต้องการ หรือการหาเลี้ยงชีพของตนและครอบครัวให้เพียงพอ การแก้ไขปัญหาส่วนบุคคลนี้ จะต้องแก้ไขโดยปลูกฝังให้บุคคลทุกคนมีคุณธรรมขั้นพื้นฐาน ที่เรียกว่า “ ทิฏฐธัมมิกัตถะ หรือประโยชน์ในปัจจุบัน ๔ ประการ คือ
๑) อุฏฐานสัมปทา คือความขยันหาทรัพย์
๒) อารักขสัมปทา คือการประหยัดและอดออม
๓) กัลป์ยาณมิตตตา คือการรู้จักคบเพื่อนดี
๔) สมชีวิตา คือการเลี้ยงชีพแต่พอดี

หลักอิทธิบาท ๔ ประการ คือ
๑) ฉันทะ คือความพอใจในงานที่ตนเองทำ
๒) วิริยะ คือความพาเพียรทำงาน
๓) จิตตะ คือเอาใจฝักใฝ่ในงานที่ทำ
๔) วิมังสา คือหมั่นใช้ปัญญาใคร่ครวญ

๒. การแก้ไขปัญหาส่วนสังคม
ปัญหาส่วนสังคมเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนในสังคม เป็นปัญหาที่ทำ
ให้เกิดผลกระทบต่อสังคมโดยรวม เพราะเกิดความขัดแย้ง ทะเลาะกัน ในเรื่องลาภ ยศ สรรเสริญ เป็นต้น เป็นเรื่องค่านิยม ความเชื่อ และพฤติกรรมของคนในสังคม อาจเนื่องมาจากกิเลส นั้นเอง
ดังนั้น การแก้ไขปัญหาส่วนสังคมนั้น จะต้องแก้ไขที่พฤติกรรมของคนในสังคม ให้มีคุณธรรมขั้นพื้นฐาน เกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันในสังคม ที่เรียกว่า “ สัมปรายิกัตถะ คือ ประโยชน์เบื้องหน้า ๔ ประการ คือ
๑) สัทธาสัมปทา คือ มีศรัทธาที่ถูกต้อง เช่น หลักกรรม ความดี ความชั่วฯ
๒) สีลสัมปทา คือมีศีลธรรม และเคารพกฎระเบียบของสังคม
๓) จาคสัมปทา คือมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เสียสละช่วยเหลือกัน
๔) ปัญญาสัมปทา คือมีปัญญารู้เท่าทันสถานการณ์ เข้าใจความจริงของชิวิต
ฯลฯ

๓. การแก้ไขปัญหาส่วนจิตใจ
ปัญหาส่วนจิตใจ เป็นปัญหาที่ลึกซึ่งละเอียดอ่อน เพราะมนุษย์มีกิเลสอยู่ในจิตใจ ถ้า
จิตใจถูกครอบงำด้วยกิเลสแล้วก็จะส่งผลกระทบต่อสังคมเช่นเดียวกัน เพราะพระพุทธศาสนาถือว่าจิตใจเป็นใหญ่เป็นหัวหน้า แก้ไขได้ด้วยการปฏิบัติตามหลักอริยมรรคมีองค์ ๘ ประการ คือ
๑) สัมมาทิฏฐิ คือความเห็นที่ถูกต้อง
๒) สัมมาสังกัปปะ คือคิดถูกต้อง
๓) สัมมาวาจา คือพูดถูกต้อง
๔) สัมมากัมมันตะ คือกระทำถูกต้อง
๕) สัมมาอาชีวะ คือเลี้ยงชีพถูกต้อง
๖) สัมมาวายามะ คือพยายามถูกต้อง
๗) สัมมาสติ คือมีสติถูกต้อง
๘) สัมมสมาธิ คือมีสมาธิถูกต้อง
นอกจากนี้พระพุทธศาสนายังมีขั้นตอนในการวิเคราะห์ปัญหาและแก้ไขปัญหา
สามารถมองได้จากกลักการของอริยสัจ ๔ คือ
๑) ทุกข์ คือปัญหา
๒) สมุทัย คือสาเหตุของปัญหา
๓) นิโรธ คือสภาวะที่ปราศจากปัญหา
๔) มรรค คือทางปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหา

ตอบกลับกระทู้นี้
  ไอคอนข้อความ :
** ชื่อ : สมัครสมาชิก : เข้าสู่ระบบ
** Security Code : ! ใส่ Code ตามที่ปรากฏที่ภาพด้านข้าง
กรุณากด F5 หาก Security Code ไม่แสดงผล
  อีเมล์ :
  รูปภาพประกอบ : ขนาดไม่เกิน 100KB **สมาชิกเท่านั้น
(BBZnet.com เพิ่มเนื้อที่เก็บภาพให้แต่ละบอร์ดมากถึง 1GB ต้องการมีเว็บบอร์ดของตัวเอง คลิกที่นี่เพื่อสมัครสมาชิก)
  ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
** ข้อความ :

ไอคอนอื่นๆ
  ใช้ไอคอน
B i U URL CENTER IMG Li Font QUOTE Special Tag
( เปลี่ยนไปใช้งานแบบ HTML Editor Mode, ต้องการ IE6+ และเปิดใช้งาน Java Script )
    คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ webmaster@bbznet.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด