ติดต่อลงโฆษณา ในเวปบอร์ดนี้

Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code

ประวัติความเป็นมาของวันมาฆบูชา

- กลับไปยังหมวดหลักของกระทู้นี้
  - ประวัติความเป็นมาของวันมาฆบูชา
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ กระทู้โดย : tae IP ADDRESS : 203.113.36.11 , ,



« เมื่อ 04/03/2004 , 16:40:38 » Send Topic Set to Print Page Edit



วันมาฆบูชาเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนแสดงความเคารพต่อพระธรรม มาฆะเป็นชื่อของเดือน ๓ มาฆบูชาย่อมาจากคำว่า "มาฆบุรณมี" แปลว่าการบูชาพระในวันเพ็ญเดือน ๓
ถ้าปีใดมีเดือนอธิกมาส คือมีเดือน ๘ สองครั้ง วันมาฆบูชาก็จะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ เหตุที่เกิดวันมาฆบูชาขึ้นเนื่องจาก เมื่อพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่เวฬุวนาราม กรุงราชคฤห์ ในตอนต้นพุทธกาล ถึงวันมาฆบุรณมีดิถีเพ็ญแห่งมาฆมาส ซึ่งตรงกับวันทำพิธีศิวราตรี ของพวก พราหมณ์ พระสงฆ์ที่ไปประกาศพระศาสนาในที่ต่างๆ ได้กลับมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ที่เมือง ราชคฤห์ พระองค์จึงประทาน โอวาทปาติโมกข์ การประชุมครั้งนี้เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต แปล ว่าการประชุมพร้อมกัน ๔ ประการ อันได้แก่

1. พระสาวกที่เข้าประชุมล้วนเป็นพระอรหันต์ และได้รับการอุปสมบทจาก พระพุทธเจ้าทั้งสิ้น
2. พระอรหันต์สาวกที่เข้ามาร่วมประชุมที่เวฬุวนารามมีจำนวนถึง ๑,๒๕๐ รูป
3. พระอรหันต์สาวกทั้ง ๑,๒๕๐ รูป ไม่ได้นัดหมายกันมาก่อนเลย
4. วันนั้นดวงจันทร์เสวยมาฆฤกษ์เต็มบริบูรณ์

นอกจากนี้สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเทศน์โอวาทปาติโมกข์ในที่ ประชุมสงฆ์ ซึ่งเป็นมหาสังฆนิบาต คือ ประชุมสงฆ์หมู่ใหญ่ ใจความของโอวาทปาติโมกข์นั้น ก็คือแสดงหัวข้อคำสอนพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ๓ ประการคือ.

สพฺพปาปสฺส อกรณํ การไม่ทำความชั่วทุกชนิด ๑

กุสลสฺสูปสมฺปทา การทำแต่ความดี ๑

สจิตฺตปริโยทปนํ การทำใจให้ผ่องแผ้ว ๑


พิธีนี้ชื่อเรียกเป็น ๒ อย่าง คือ มาฆบูชาบ้าง จาตุรงคสันนิบาตบ้าง ดังเหตุผลที่ กล่าวมาแล้ว ในวันเช่นนี้ สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่ พระสงฆ์ประชุมกัน ในตอนบ่าย ที่พระเวฬุวันมหาวิหาร ในกรุงราชคฤห์นับว่า เป็นวัน ประดิษฐาน พระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก

การที่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเลือกเอากรุงราชคฤห์เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธศาสนานั้น น่าจะเห็นว่า เพราะพระองค์ทรงเห็นความมั่นคงของพระศาสนา แล้วเนื่องด้วยพระเจ้าพิมพิสารทรงเลื่อมใส เพราะการตั้งสมาคมต้องการตั้งสมาคมต้องอาศัยความนิยมนับถือของประชาชนเป็นใหญ่ เมื่อมีผู้นิยมนับถือแล้ว สมาคมที่ตั้งขึ้นก็เจริญหากไม่มีผู้นิยมนับถือก็ย่อมเสื่อม ฉะนั้น เมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงเลื่อมใสแล้วก็มั่นใจว่า จะเจริญ อีกประการหนึ่งก็ต้องการจะอาศัยกำลังของพระเจ้าพิมพิสาร ด้วยเพราะสมาคมที่ตั้งขึ้นแล้วจะดำรงยั่งยืนอยู่ได้ ต้องได้รับความอุปถัมภ์บำรุงเพียง พอถ้าขาดผู้อุปถัมภ์ก็หมดกำลัง ตั้งอยู่ไม่ได้ต้องเลิกล้มไป อย่างเดียวกับวัดวาอาราม หรือสมาคมต่างๆในบัดนี้ เมื่อพอใจได้ว่า จะไม่ล้ม ด้วยเหตุผลตามที่กล่าวมานั้ พอจะ ชี้ให้เห็นถึงการที่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเลือกประดิษฐานพระพุทธศาสนาใน กรุงราชคฤห์ เป็นครั้งแรก

ด้วยเหตุที่วันนี้เป็นวันสำคัญ เป็นวันประดิษฐานพระพุทธศาสนาได้มั่นคงถาวร ตราบเท่าวันนี้จึงได้จัดเป็นพระราชพิธิอย่างหนึ่ง ซึ่งพระมหากษตริย์ทรงบำเพ็ญ พระราชกุศลสืบๆ กันมาเป็นประจำตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ ตลอดมา การพระราชกุศล ของพระมหากษัตริย์นั้นปรากฏในเรื่องพระราชพิธีสิบสองเดือนมีดังนี้.

"เมื่อถึงวันมาฆเวลาเช้า พระสงฆ์ ๓๐ รูป ฉันในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาส ดาราม เวลาค่ำเสด็จออกทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการแล้ว พระสงค์สวดทำวัตรเย็นเหมือนอย่างที่ วัดแล้วจึงให้สวดมนต์ต่อไป มีสวดคาถาโอวาทปาติโมกข์ด้วย สวดมนต์ จบ ทรงจุดเทียน ตามราวรอบพระอุโบสถ ๑,๒๔๐ เล่ม เท่าจำนวนพระอรหัต์ที่มาประชุม ครั้งนั้น มี ประโคมด้วยอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงได้มีเทศนาโอวาทปาติโมกข์ ๑ เป็นเทศนาทั้ง ภาษามคธ และภาษาไทย เครื่องกัณฑ์จีวรเนื้อดีผืนหนึ่ง เงิน ๓ ตำลึง และขนมต่างๆ เทศน์จบ พระสงฆ์ที่สวด ๓๐ รูปนั้นรับสัพพีเป็นเสร็จการ"

อนึ่ง วันมาฆะนี้ ถ้าถูกครราวเสด็จพระราชดำเนินไปประพาสที่ใดๆเช่นพระพุทธ บาท พระพุทธฉาย พระปฐมเจดีย์ พระแท่นดงรัง ก็ทรงทำมาฆบูชาในสถานที่นั้นๆขึ้น อีก ส่วนหนึ่งต่างหาก นอกจากในพระบรมมหาราชวัง"นี้เป็นการกุศลส่วนของ พระมหากษัตริย์


แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : tae IP ADDRESS : 203.113.36.11 , ,



« Reply #1 เมื่อ 04/03/2004 , 16:41:14 » Edit
ส่วนที่พุทธศาสนิกชนอื่นๆจะบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันมาฆะนี้ มีประเพณีว่าให้นำ ดอกไม้ธูปเทียนไปในวัดพอได้เวลาพระสงฆ์ประชุมพร้อมกัน ยืนหันหน้าตรงต่อพระ สถูปหรือพระปฏิมา บรรดาฆราวาสก็ยืนตั้งแถวให้เป็นระเบียบอยู่หลังพระสงฆ์ จุดธูป เทียนที่เตรียมไป ยืนตรงประนมมือถือเครื่องสักการะ พระสงฆ์ผู้ใหญ่ในที่ประชุมนั้น กล่าวนำคำบูชา แล้วทั้งหมดว่าตามด้วยความตั้งใจแน่วแน่ตรงต่อวัตถุที่เคารพบูชานั้น.

โอวาทปาติโมกข์ : คือหลักคำสอนที่เป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนา ในครั้งนั้นพระพุทธองค์ทรงตรัสเป็พระคาถา รวม ๓ พระคาถาครึ่งดังนี้


พระคาถาที่ ๑
ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโต ฯ



พระคาถาที่ ๒
สพฺพปาปสฺส อกรณํ กุสลสฺสูปสมฺปทา สจิตฺตปริโยทปนํ เอตํ พุทฺธานสาสนํ ฯ



พระคาถาที่ ๓
อนูปวาโท อนูปฆาโต ปาติโมกฺเข จ สํวโร มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ ปนฺตญฺจ สยนาสนํ



ครึ่งพระคาถา

อธิจิตฺเต จ อาโยโค เอตํ พุทฺธานสาสนํ ฯ




ใจความแห่งพระปาติโมกข์ นั้น มีดังนี้

ในพระคาถาที่ ๑ พระองค์ทรงแสดงถึงคุณธรรมคือขันติ ความอดทนอดกลั้น ว่าเป็นเครื่องอุดหนุนให้บุคคลบรรลุบรมธรรมคือพระนิพพาน พร้อมทั้งทรงแสดงลักษณะของบุคคลผู้เป็นบรรพชิตหรือสมณะไว้ว่า บุคคลผู้ทำร้ายเบียดเบียนผู้อื่นให้ลำบาก หาชื่อว่าเป็นบรรพชิตหรือสมณะไม่

ในพระคาถาที่ ๒ พระองค์ทรงแสดงถึงหลักคำสอนที่สำคัญซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา เพื่อให้พระสาวกได้นำไปใช้เป็นหลักในการเผยแพร่และสั่งสอนไว้ ๓ ประการคือ

๑. เว้นจากทุจริต คือการประพฤติชั่วด้วยกาย วาจา ใจ ( ไม่ทำชั่ว )
๒. ประกอบสุจริต คือประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ ( ทำแต่ความดี )
๓. ทำจิตใจของตนให้หมดจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง มีโลภ โกรธ หลง ( ทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว )
ในพระคาถาที่ ๓ กับอีกครึ่งพระคาถา พระองค์ทรงแสดงถึงปฏิปทา ข้อสำหรับปฏิบัติตนของพระสงฆ์สาวก ๖ ประการคือ

๑ ห้ามมิให้ว่าร้ายผู้อื่น
๒ ห้ามมิให้เบียดเบียนผู้อื่น
๓ ต้องสำรวมในพระปาติโมกข์ คือไม่ล่วงละเมิดในสิกขาบทบัญญัติ
๔ ต้องรู้จักประมาณในการแสวงหาและในการบริโภคใช้สอย
๕ ควรอยู่ในสถานที่อันสงบเงียบ เพื่อ
๖ ประกอบความเพียรในอธิจิต คือชำระจิตให้ปราศจากนิวรณธรรมูปกิเลส
มีกามฉันท์เป็นต้น เพื่อให้เกิดมีสมาธิและปัญญา รู้เท่าทันความเป็นจริง
ของสิ่งทั้งหลายทั้งปวงในที่สุด

ตั้งแต่นั้นมา ในวันอุโบสถทุกกึ่งเดือนพระองค์ก็ทรงยกขึ้นตรัส แก่ภิกษุสงฆ์ในที่ประชุมเสมอ แต่ภายหลังได้ทรงยกเลิกเสีย แล้วทรงอนุญาตให้ภิกษุสงฆ์เอาสิกขาบทที่ทรงบัญญัติไว้ มาสวดในที่ประชุมแทน ซึ่งปัจจุบันนี้เรียกว่า สวดปาติโมกข์ หรือ ลงปาติโมกข์ นั่นเอง
http://www.geocities.com/thai00thai/maka/maka.htm
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : tae IP ADDRESS : 203.113.36.11 , ,



« Reply #2 เมื่อ 04/03/2004 , 16:45:15 » Edit

...
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : pet IP ADDRESS : 203.113.37.13 , ,




« Reply #3 เมื่อ 05/03/2004 , 14:05:32 » Edit
หนังสือ 7 เล่มที่น่าอ่านในวัน “มาฆบูชา”
1. ทางเดินของชีวิต : พุทธทาสภิกขุ / สนพ.มูลนิธิโกมลคีมทอง / 64 หน้า 25 บาท

หนังสือเล่มเล็กในชุดหนังสือสื่อความคิด ที่ควรค่าแก่การพกพาใส่กระเป่าไปอ่านในทุกๆ ที่ หนังสือเล่มนี้ตัดทอนบทบรรยายธรรม 3 เรื่อง ของท่านพุทธทาส มาไว้ด้วยกัน คือ ทางเดินของชีวิต ความสงบ และการฝึกฝนจิต ซึ่งร้อยเรียงเข้ากันได้ราวกับเป็นบันไดสามขั้นที่เราควรก้าวผ่าน ท่านเปรียบเทียบชีวิตว่าคือการเดินทาง ซึ่งต้องเดินเรื่อยไปไม่อาจหยุด ระหว่างการเดินทางย่อมระหกระเหินบ้างเป็นธรรมดา แต่ดวงตาที่สว่างด้วยปัญญา ดวงจิตที่สะอาด สงบ และการรู้ฝึกฝนจิตจะช่วยให้การเดินทางของชีวิตเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข พอดี และพึงพอใจ

“ชีวิตคนเรานั้น แท้จริงคือการเดินทางชนิดหนึ่ง ซึ่งเดินจากความเต็มไปด้วยทุกข์ ไปยังที่สุด-จบสิ้นความทุกข์ที่ตนเคยผ่านมาแล้วนั่นเอง ไม่ว่าผู้นั้นจะทราบหรือไม่ทราบ รู้สึกหรือไม่รู้สึก ชีวิตก็ยังคงเป็นการเดินทางอยู่นั่นเอง เมื่อเดินไปทั้งไม่ทราบ ก็ย่อมมีความระหกระเหินบอบช้ำเป็นธรรมดา"

“การเดินทางของชีวิตนี้ มิใช่เป็นการเดินด้วยเท้า ทางชีวิตจึงมิใช่ทางที่จะเดินด้วยด้วยเท้าอีกเช่นเดียวกัน บัณฑิตทั้งหลายในกาลก่อนพากันสนใจใน “ทางชีวิต” กันมากเป็นพิเศษ ในฐานะที่เป็น “ทางของจิต” อันจะวิวัฒน์ไปในทางสูง ซึ่งจะไปได้สูงกว่าทางวัตถุหรือทางกาย อย่างที่จะเทียบกันไม่ได้เลย”

2. ศานติในเรือนใจ : ติช นัท ฮันห์-เขียน, ธีรเดช อุทัยวิทยารัตน์-แปล / สนพ.มูลนิธิโกมลคีมทอง / 135 หน้า 100 บาท

นี่คือหนังสือที่พุทธศาสนิกชนรุ่นใหม่ควรอ่าน หรือท่านที่สังกัดศาสนาอื่นใดและสนใจแก่นธรรมของศาสนาพุทธ ก็สามารถอ่านได้ ท่านติช นัท ฮันห์ เป็นภิกษุเวียดนามที่ต้องลี้ภัยทางการเมืองไปอยู่ ณ หมู่บ้านพลัม ฝรั่งเศส ที่นั่นท่านเผยแผ่ธรรมะของพระพุทธองค์ผ่านการเทศน์ งานเขียน และอีกหลายวิธีที่ร่วมสมัย ท่านเข้าใจแก่นธรรมลึกซึ้ง และบดย่อยออกมาเชิญชวนต่อคนรุ่นใหม่ได้อย่างละเอียดอ่อน ทันสมัย และเข้าใจง่าย ท่านเป็นกวี ภาษาในการบรรยายธรรมของท่านจึงไพเราะ ศานติในเรือนใจจึงนับเป็นเล่มที่ดีที่สุดเล่มหนึ่งของท่านนัท ฮันห์ เลยก็ว่าได้ ในแง่ของการกล่าวถึงธรรมะเบื้องต้น เช่น บทที่ท่านกล่าวถึงศีลห้า นั้น น่าอ่าน ไพเราะ ซาบซึ้ง และทำให้เราเห็นความยิ่งใหญ่ของศีลทั้งห้าประการนี้ด้วยความเลื่อมใส ปกติเราจะเห็นศีลห้าเป็นยาขม เป็นข้อห้าม แต่ท่านนัท ฮันห์ อธิบายให้ง่าย งาม และเห็นค่าว่าควรแก่การน้อมนำมาปฏิบัติ ซึ่งหากกล่าวกันจริงๆ หลักธรรมง่ายๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถประคองชีวิตฆราวาสให้ละเอียดประณีต ง่าย งาม และเข้าถึงทางธรรมที่ลึกซึ้งขึ้นได้ในภายหน้า นอกเหนือจากนั้นท่านยังสอนเทคนิคภาวนาเพื่อการคลายเครียด-คลายใจ ในบทที่ชื่อเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขท่านกล่าวถึงสุขทุกข์ได้อย่างแจ่มชัดจนผู้อ่านปรุโปร่ง และเห็นตัวทุกวิ่งพล่านอยู่ในกายในใจตนได้ ท่านมีวิธีให้ผู้อ่านฝึกและนำไปปฏิบัติเพื่อความงอกงามของเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขด้วย

3. 28 วิธีคิด ทำชีวิตให้เป็นสุข : ชัยบวร / สนพ.ไดนามิค เพรส / 152 หน้า 99 บาท

ประเด็นสำคัญในเล่มตรงกับชื่อหนังสือเป๊ะ นั่นคือการรวบรวมข้อคิดจากคำสอนของศาสนจารย์ที่มีชื่อเสียง อาทิ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร, ท่านพุทธทาสภิกขุ, สมเด็จฯ โต, หลวงตาแพรเยื่อไม้, พระครูบาศรีวิชัย, หลวงปู่บุดดา ถาวโร ฯลฯ มาไว้ด้วยกัน พร้อมการเกริ่นนำ ตีความ และย่อย่อยให้ผู้อ่านนำไปคิด ไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวันทันที หนังสือเล่มนี้นับเป็นกะทิ ที่ผู้รวบรวมได้สะหามะพร้าวพันธุ์ดี สอยลงมา ปอกเปลือก ทุบ ขูด แล้วคั้น คนอ่านจึงได้ประโยชน์ตรงที่ไม่ต้องเปลืองแรงมาก หากรู้นำไปใช้ รู้ใช้จิตจดจ่อต่อการหาความหมายที่สอดแทรกอยู่ ชีวิตย่อมเจริญก้าวหน้า จิตใจย่อมสงบ สว่าง และสะอาด

4. ศิลปะแห่งความสุข : ทะไล ลามะ และโฮวาร์ด ซี คัทเลอร์, จรรยา ยิ้มประเสริฐ-แปล / สนพ.ศูนย์ไทยธิเบต / 58 หน้า 80 บาท

หนังสือเล่มนี้มีเสน่ห์อย่างเหลือหลาย เมื่อโฮวาร์ด ซี คัทเลอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและปรัชญา ทูลเชิญองค์ทะไล ลามะ ให้เสด็จไปทรงแสดงปาฐกถา แล้วเขาก็คัดกรอง พิจารณาตัดทอน ย่นย่อ และแยกย่อย ในส่วนที่เป็นปรัชญาทิเบตออกไป คงไว้แต่แก่นความคิดที่จะนำพาผู้คน ไม่ว่าชาติใด ศาสนาใด ก้าวไปถึงความสุขอย่างแท้จริงได้ กล่าวง่ายๆ ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือที่ต้องอ่านเพื่อรู้จักการดำเนินชีวิตที่ดี ที่ถูก ที่ง่าย และมีปลายทางที่ประเสริฐ
“อาตมาเชื่อว่า จุดมุ่งหมายของชีวิตพวกเราคือการแสวงหาความสุข มันชัดเจนอยู่แล้ว ไม่ว่าคนคนนั้นจะนับถือศาสนานั้น จะนับถือศาสนานี้ หรือไม่นับถือก็ตาม พวกเราทั้งหมดต่างก็แสวงหาสิ่งที่ดีกว่าให้กับชีวิต ดังนั้น อาตมาคิดว่า ความมุ่งมั่นของพวกเราคือมุ่งตรงไปสู่ความสุข... แต่เราจะมุ่งตรงไปสู่ความสุขด้วยหนทางใดกันเล่า...”

5. จิตสดใสแม้กายพิการ : กำพล ทองบุญนุ่ม / สนพ.ธรรมดา / 141 หน้า 90 บาท

หนังสือที่เล่าถึงประสบการณ์ชีวิตของผู้เขียน ลูกชายชาวเรือที่ยากจน ครูสอนวิชาพลศึกษาที่พุ่งหลาวลงสระแล้วประสบอุบัติเหตุโหม่งก้นสระ จนเป็นอัมพาต เขาครองชีวิตอยู่ได้อย่างไรในเรือนกายที่พิการ และบ้านของหัวใจก็มุงไว้ด้วยกระเบื้องแห่งทุกข์ แน่นอน...เขาทุกข์ร้อนทุรนทุราย เคยอยากตายวันละหลายๆ ครั้ง แต่แล้วเขาก็ก้าวผ่านความทุกข์ยากที่สุดที่มนุษย์คนหนึ่งจำต้องเผชิญได้ด้วยการปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน ปัจจุบันเขาลาออกจากความทุกข์นานแล้ว เขาจึงเล่าทุกสิ่งทุกอย่าง หมายเป็นทางสว่างให้แก่คนทุกข์ที่ยังไม่ได้ลาออกจากทุกข์ได้อ่าน
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : pet IP ADDRESS : 203.113.37.13 , ,



« Reply #4 เมื่อ 05/03/2004 , 14:06:11 » Edit
6. ลำน้ำโขง – ศรัทธา คุณค่า และความทรงจำ / หลายคนเขียน / จัดพิมพ์โดยกลุ่มเสขิยธรรม / 170 หน้า 150 บาท

จะเรียกว่าสารคดีท่องเที่ยวจะได้ไหม... น่าจะได้ แต่เป็นการเที่ยวไปทั้งใจและกาย เพราะเนื้อหาในเล่มคือสารคดีของกลุ่มสงฆ์และฆราวาสที่ร่วมเดินทางไปด้วยกันสู่ลุ่มน้ำโขง เชียงของ หลวงพระบาง และเวียงจันทน์ ในโครงการธรรมยาตรารักษาลำน้ำโขง สารคดีชุดนี้จึงแปลกตา ทว่าน่าอ่าน คุณจะได้เห็นสายน้ำแห่งธรรมะ และแง่มุมของแดนไกลใกล้บ้านอีกด้านหนึ่ง

7. งาน พลังกลุ่ม และความสุข / ปรีดา เรืองวิชาธร / สนพ.สวนเงินมีมา / 183 หน้า 120 บาท

เป็นหนังสือที่มีคุณค่ามาก แต่ราคาถูกอย่างที่สุด 120 บาทเพื่อการเข้าถึงหลักธรรมพุทธศาสนาที่กลั่นกรองมาสู่การจัดระเบียบชีวิต ตั้งแต่ระดับภายในของปัจเจกบุคคล สู่การอยู่ร่วมดิ้นรนเป็นหมู่คณะ องค์กร และสังคมระดับใหญ่ นี่คือหนังสือที่กล่าวถึงการบริหารจัดการแบบพุทธที่เฉียบคมที่สุด หากเพียงได้อ่าน คุณจะพบประกายความคิดมากมาย หากนำไปปฏิบัติ คุณจะพบว่าชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นๆ เมื่อเทียบกับหนังสือฮาวทูที่จะลักอยู่ในร้านหนังสือทั้งหลาย แต่ข้อที่ต้องบอกกล่าวกันไว้ก่อนก็คือ หากคุณกำลังมองหาแนวทางการบริหารจัดการอันสุดยอด เพื่อให้บรรลุถึงการกอบโกยกำไรสูงสุด เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างไม่รู้จบ เพื่อความสำเร็จในชีวิตและธุรกิจส่วนตัวละก็ อาจต้องผิดหวัง แต่หากคุณใฝ่หาผลกำไรในอีกด้าน คือความยั่งยืนของธุรกิจ บนพื้นฐานของความกรุณาและความเข้าใจ ด้วยความรับผิดชอบอย่างองค์รวม มีสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมด้วยนั้น เล่มนี้ควรเป็นเล่มที่ควรอ่านอย่างยิ่ง

อนึ่ง นอกเหนือจากทั้ง 7 เล่มที่ได้แนะนำกันนี้ ที่จริงหนังสือทุกเล่มของท่านเจ้าคุณ พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตตโต) นั้น น่าอ่านที่สุดจนไม่กล้าที่จะแนะนำเพียงเล่มใดเล่มเดียว หากเป็นชื่อของท่านเจ้าคุณแล้ว พึงเลือกอ่านตามหัวข้อที่ท่านสนใจไปตามลำดับเถิด

เช่นเดียวกับของ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ หนังสือในช่วงก่อนหน้านี้ของท่านน่าอ่านและเข้าใจง่ายมาก ภายหลังการอธิบายของท่านอาจซับซ้อนและเกี่ยวพันกับเหตุการณ์ทางโลก โดยเฉพาะการเมืองมากหน่อย ส่วนงานของท่านพุทธทาสภิกขุ มีทั้งที่ยากและง่าย พึงเลือกจากพื้นฐานความรู้ความเข้าใจของท่าน

หนังสือได้ชื่อว่าเป็น “ยาแห่งจิตวิญญาณ” พึงเจียดเวลาอ่าน ศึกษา ทำความเข้าใจ และน้อมนำไปปฏิบัติ ผลที่แท้จริงจะเกิดขึ้นในขั้นตอนนั้น มิใช่แค่การได้อ่านเพียงประการเดียว

ขอธรรมะจงมี ปัญญาจงเกิดเถิดสาธุชน...

แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : สุปรียา รักก้อน IP ADDRESS : 203.172.147.10 , , 192.168.212.42



« Reply #5 เมื่อ 10/02/2009 , 13:15:13 » Edit
ขอบคณุที่ให้ความรู้หนูนะคะ
หมิว@แจง
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : พำพะพ IP ADDRESS : 124.121.95.6 , , 192.168.1.161




« Reply #6 เมื่อ 16/02/2010 , 08:50:55 » Edit







ง่
พะ
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : fah IP ADDRESS : 58.10.164.15 , ,



« Reply #7 เมื่อ 10/02/2011 , 15:24:14 » Edit
fahlove............
fawalai_1999@hotmail.com
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : fah IP ADDRESS : 58.10.164.15 , ,



« Reply #8 เมื่อ 10/02/2011 , 15:26:53 » Edit
fahlove................................
ขอบคุณนะจ๊ะ
loveeeeeeeeeeeeeeeeeeeeee
fawalai_1999@hotmail.com
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : Artitaya IP ADDRESS : 223.206.82.75 , ,




« Reply #9 เมื่อ 16/02/2011 , 10:58:45 » Edit
รัก...............เสมอ
sfywtrhกดสเ
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : Vcoper IP ADDRESS : 49.228.229.94 , ,



« Reply #10 เมื่อ 24/03/2011 , 07:18:04 » Edit
ขอบคุณท่านด้วย !
Vcoper@hotmail.com
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : ,ljgfd IP ADDRESS : 58.10.21.152 , ,



« Reply #11 เมื่อ 20/02/2012 , 09:46:02 » Edit
จจจจfff
nutka1_COO2HOTMAIL.COM
ตอบกลับกระทู้นี้
  ไอคอนข้อความ :
** ชื่อ : สมัครสมาชิก : เข้าสู่ระบบ
** Security Code : ! ใส่ Code ตามที่ปรากฏที่ภาพด้านข้าง
กรุณากด F5 หาก Security Code ไม่แสดงผล
  อีเมล์ :
  รูปภาพประกอบ : ขนาดไม่เกิน 100KB **สมาชิกเท่านั้น
(BBZnet.com เพิ่มเนื้อที่เก็บภาพให้แต่ละบอร์ดมากถึง 1GB ต้องการมีเว็บบอร์ดของตัวเอง คลิกที่นี่เพื่อสมัครสมาชิก)
  ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
** ข้อความ :

ไอคอนอื่นๆ
  ใช้ไอคอน
B i U URL CENTER IMG Li Font QUOTE Special Tag
( เปลี่ยนไปใช้งานแบบ HTML Editor Mode, ต้องการ IE6+ และเปิดใช้งาน Java Script )
    คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ webmaster@bbznet.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด