ติดต่อลงโฆษณา ในเวปบอร์ดนี้

Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code

ฟันผุในเด็กเล็ก ภัยใกล้ตัวที่คาดไม่ถึง

- กลับไปยังหมวดหลักของกระทู้นี้
  - ฟันผุในเด็กเล็ก ภัยใกล้ตัวที่คาดไม่ถึง
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ กระทู้โดย : Admin(admin) IP ADDRESS : 203.113.34.12 , ,

Posts : 178
Replies : 14


« เมื่อ 28/07/2004 , 21:33:02 » Send Topic Set to Print Page Edit


ฟันผุในเด็กเล็ก ภัยใกล้ตัวที่คาดไม่ถึง

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 กรกฎาคม 2547 09:24 น.


ผู้ใหญ่หลายคนอาจมองเห็นเป็นเรื่องปกติว่า เด็ก กับ ฟันผุ นั้นเป็นของคู่กัน ทว่า ภัยร้ายที่แฝงอยู่กับ "ฟันน้ำนมผุในเด็ก" นั้นมีมากจนผู้ใหญ่คาดไม่ถึง เพราะนอกจากจะทำให้เด็กรู้สึกเจ็บปวด สร้างปัญหาต่อการบดเคี้ยว และเกิดสภาวะติดเชื้อในช่องปาก ขณะเดียวกันยังส่งผลต่อน้ำหนักและการเจริญเติบโตของเด็กจนบางครั้งถึงขั้นขาดสารอาหาร เสียบุคลิกภาพ ที่สำคัญโอกาสเสี่ยงที่ฟันแท้ที่ต้องใช้ไปตลอดชีวิตนั้นผุและซ้อน เกมากยิ่งขึ้น





ตัวเลขเด็กเล็กฟันผุพุ่ง

จากรายงานผลการสำรวจโดยกองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย พบว่าทุกวันนี้ "โรคฟันผุในเด็กเล็ก" ได้กลายเป็นปัญหาทันตสุขภาพที่สำคัญ เพราะนับแต่ปี พ.ศ. 2532-2544 เด็กอายุ 3 ปี ที่มีฟันน้ำนมขึ้นครบทั้งปากนั้น มีโรคฟันผุไปแล้วถึงร้อยละ 65.7 ส่วนอัตราการเกิดโรคฟันน้ำนมผุในเด็กเมืองพบยังคงเดิม ขณะที่เด็กในชนบทซึ่งเป็นเด็กกลุ่มใหญ่ของประเทศกลับมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราการเพิ่มสูงที่สุด

ทั้งนี้ ลักษณะการเกิดฟันผุในฟันน้ำนมนั้นในเด็กเล็กที่พบผ่านมานั้น ทพ.ญ. จันทนา อึ้งชูศักดิ์ ผู้จัดการชุดโครงการสุขภาพช่องปากเด็ก เครือข่ายวิจัยสุขภาพ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ให้ข้อมูลว่า มักเกิดบริเวณฟันหน้าตอนบนก่อน แล้วตามด้วยฟันกรามน้ำนมซี่ที่หนึ่ง บนกับล่าง ฟันเขี้ยว และฟันกรามน้ำนมซี่ที่สองตามลำดับ

ที่สำคัญคือการลุกลามสู่โพรงประสาทของฟันน้ำนมนั้นจะเร็วกว่าฟันแท้มาก เนื่องจากการเคลือบฟันและเนื้อฟันที่บางกว่า

จากการศึกษาวิจัยพบว่าฟันผุในระยะเริ่มแรกสามารถลุกลามเป็นฟันผุได้ในเวลาเพียง 6-12 เดือน อีกทั้งร้อยละ 69 ของฟันกรามน้ำนมที่ผุด้านประชิดจะทำให้ฟันข้างเคียงผุด้วย

"ผลเสียที่เห็นได้ชัดคือหากฟันน้ำนมผุในส่วนของฟันกราม เด็กจะเกิดความเจ็บปวดจากการบดเคี้ยวอาหาร ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อน้ำหนักตัวและการเจริญเติบโตของร่างกายจนบางคนถึงกับขาดสารอาหารแล้ว ยังส่งผลในเรื่องของการพัฒนากล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าและช่องปากตลอดจนการเจริญของกระดูกขากรรไกรด้วย อีกทั้งจากการศึกษายังพบว่าเด็กที่มีฟันน้ำนมผุจะมีเชื้อโรคในช่องปากมากและมีโอกาสเสี่ยงที่ฟันแท้จะผุหรือเกิดการซ้อนเกได้สู"

"หากสูญเสียฟันผุในส่วนหน้าหรือมีสีดำคล้ำ ยังก่อให้เกิดปัญหาด้านบุคลิกภาพ ขาดความมั่นใจในการพูดคุย ถูกล้อเลียนจากเพื่อนฝูง ที่สำคัญเด็กบางคนเมื่อมีปัญหาฟันน้ำนมผุแล้วยังมีอาการลุกลามไปยังส่วนอื่นๆของร่างกาย เช่น ต่อมน้ำเหลืองโต ติดเชื้อบริเวณใบหน้าและลำคอ เนื่องจากความต้านทานโรคในเด็กมีน้อยกว่าผู้ใหญ่มาก"ทพ.ญ.จันทนา กล่าว

ต้นตอและที่มา...ฟันน้ำนมผุ





สำหรับปัจจัยของสาเหตุของการเกิดโรคฟันน้ำนมผุที่ส่งผลเสียต่อวัยเด็กมากเช่นนี้นั้นมีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นจากโครงสร้างของฟันที่สร้างไม่สมบูรณ์เนื่องจากคลอดก่อนกำหนด มีน้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย แม่มีการติดเชื้อขณะตั้งครรภ์, การรับประทานขนมซึ่งเป็นแหล่งอาหารของแป้ง น้ำตาล ตลอดจนชนิดของจุลินทรีย์ที่พบในช่องปาก

ทว่า ต้นตอของปัญหาที่แท้จริงนั้นน่าจะมาจากพฤติกรรมการเลี้ยงดูเป็นสำคัญ...

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

เนื่องด้วยผลจากการติดตาม "ศึกษาพฤติกรรมการเลี้ยงดูของผู้ปกครองต่อสภาวะสุขภาพช่องปากของเด็กวัยเรียน" ในหมู่บ้านหนองหว้าน้อยและหมู่บ้านนามะเฟืองเหนือ จังหวัดหนองบัวลำภู ของ ทพ.ญ.วรางคณา อินทโลหิต สำนักงานสาธารณสุขหนองบัวลำภู ชี้ชัดว่า พฤติกรรมการเลี้ยงดูในกลุ่มเด็กฟันผุและเด็กฟันไม่ผุนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดย ผู้เลี้ยงดูบุตรหลานในเด็กกลุ่มฟันไม่ผุ จะหย่านมแม่หรือนมขวดเมื่ออายุไม่เกิน 1 ขวบครึ่ง ให้ความสำคัญกับอาหารมื้อหลัก หลังดื่มนมมีการดื่มน้ำตามหรือล้างปากทุกครั้ง จำกัดค่าขนมให้ลูกไม่เกินวันละ 5 บาท ส่งผลให้การบริโภคขนมมีเป็นครั้งคราว ที่สำคัญมีการแปรงฟันให้ลูกตั้งแต่ฟันเริ่มขึ้น 2-4 ซี่ และมีการกำกับอย่างใกล้ชิดให้แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง

ขณะที่พฤติกรรมของผู้เลี้ยงดูบุตรหลานในเด็กกลุ่มฟันผุ นั้น คือเด็กจะหย่านมหรือเลิกดูดนมจากขวดช้าเมื่ออายุ 2-4 ปี ชอบปล่อยให้เด็กหลับคาขวดนมโดยไม่มีการดื่มน้ำหรือล้างปากตาม เด็กได้รับนมรสหวานเกินวันละ 3 กล่อง อีกทั้งยังมีการให้เด็กดื่มนมหรือนมเปรี้ยวอยู่บ่อยครั้ง ปล่อยให้เด็กรับประทานขนมตามใจชอบ ที่สำคัญผู้ปกครองไม่ได้ใส่ใจ ดูแลการแปรงฟันของเด็กเท่าที่ควร

ทพ.ญ. จันทนา บอกว่า สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากผู้ปกครองยังมีทัศนคติและความรู้เรื่องฟันน้ำนมผุในบุตรหลานที่ผิด คิดว่าการที่ฟันน้ำนมผุนั้นเป็นเรื่องปกติที่พบในเด็กเล็ก เนื่องจากวันหนึ่งฟันน้ำนมจะต้องหลุดไปเพื่อให้ฟันแท้เกิดมาทดแทน อีกทั้งเด็กยังไม่สามารถทำความสะอาดด้วยตนเองได้ เพราะฉะนั้นผู้ปกครองจึงเป็นส่วนสำคัญ แต่ที่ผ่านมาพบว่าผู้ปกครองส่วนใหญ่จะให้เด็กทำเองซึ่งก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง หรือหากแปรงฟันเองก็อาจจะไม่สะอาด อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากทัศนคติของผู้ปกครองแล้ว ภาวะเศรษฐกิจของผู้เลี้ยง สภาวะแวดล้อม และค่านิยมในการกินขนมของเด็กเล็กนั้นล้วนส่งเสริมให้เกิดฟันผุมากเช่นกัน

เคล็ดลับดีๆ...ฟันน้ำนมแข็งแรง

จากหลายๆ สาเหตุที่กล่าวมา ทุกวันนี้ปัญหาฟันน้ำนมผุจึงยังคงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กอย่างที่ผู้ปกครองหลายคนคาดไม่ถึง และเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น

ทพ.ญ. จันทนา จึงได้ให้คำแนะนำแก่บรรดาผู้ปกครองว่า ยอมเสียเวลาวันหนึ่งสัก 2 ครั้ง เพื่อแปรงฟันให้เด็กๆ ทุก เช้า เย็นด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ โดยระยะแรกๆผู้ปกครองส่วนมากอาจจะพบปัญหาเนื่องจากลูกไม่ยอมให้แปรงฟัน จึงอาจต้องอาศัยเทคนิคเข้าช่วยบ้าง เช่น พ่อแม่บางท่านเลือกใช้วิธีแปรงฟันให้ลูกทุกครั้งขณะที่อาบน้ำ เพื่อไม่ให้ลืมและลูกก็จะเกิดความเคยชิน นอกจากนั้นพยายามล้างปากให้ลูกหลังดื่มนมหรือรับประทานอาหารทุกครั้ง เพียงเท่านี้ลูกหลานของท่านก็จะมีสุขภาพฟันและพลานามัยที่แข็งแรง




สมาชิกเท่านั้นที่สามารถโต้ตอบในกระทู้นี้ได้