hit tracker

ติดต่อลงโฆษณา ในเวปบอร์ดนี้

Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code

ไปเที่ยวชมวัดกุฏิ (อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี)

- กลับไปยังหมวดหลักของกระทู้นี้
  - ไปเที่ยวชมวัดกุฏิ (อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี)
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ กระทู้โดย : ลูกลุงเยี่ยม(admin) IP ADDRESS : 114.128.136.204 , ,

Posts : 111
Replies : 3372


« เมื่อ 18/04/2009 , 14:33:31 » Send Topic Set to Print Page Edit


เมื่อวาน มีทีมเยือนมา วชน. ลลย. เลยชวนไปชมวัดกุฏิบางเค็ม ค่ะ
วันนี้ มีโบสถ์เก่า สมัยหลวงพ่อชุ่ม ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ
และหลวงพ่อชุ่ม หรือพระครูเกษมสุตคุณ อดีตเจ้าอาวาสผู้สร้างโบสถ์ไม้สักไว้เป็นมรดกของชาตินี้
เป็นอาจารย์ผู้สอนวิชาทำปลัดฯ ให้หลวงพ่อตัดวัดชายนาค่ะ   





เที่ยวชมวัดกุฏิ ชมภาพเพิ่มเติม >> http://picasaweb.google.com/pavarisa.gogo/WatKutti




edit : 19/04/2009,22:29:10 (admin)
loongyeam@hotmail.com

แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : j(june) IP ADDRESS : 125.26.101.13 , ,



« Reply #1 เมื่อ 18/04/2009 , 18:09:25 » Edit
เคยไปในรายวิชาฟิลด์ทริปของภาคสังคมศึกษา นานแล้วครับ(สัยยังเป็นเด็กปี2 หน้าละอ่อน)
ชอบการแกะสลักตรงโบสถ์มากๆครับ ฝีมือช่างเมืองเพชรขึ้นชื่อด้านแกะสลักและปูนปั้นจริงๆ
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : ลูกลุงเยี่ยม(admin) IP ADDRESS : 117.47.66.38 , ,


Posts : 111
Replies : 3377
« Reply #2 เมื่อ 18/04/2009 , 22:05:38 » Edit

ดีกว่าเราอีกค่ะ ครูจูน
เพิ่งเคยไปครั้งแรก เมื่อวานนี้แหละค่ะ...

อย่าว่าแต่ประเทศไทยยังไปไม่ทั่ว เพชรบุรีบ้านเราเอง ยังไปไม่ทั่วเลย   

loongyeam@hotmail.com
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : ลูกลุงเยี่ยม(admin) IP ADDRESS : 117.47.66.38 , ,


Posts : 111
Replies : 3379


« Reply #3 เมื่อ 19/04/2009 , 01:43:49 » Edit

ตอบกลับโดย : ลูกลุงเยี่ยม (admin)
เมื่อ 25/12/2008 , 13:55:35

--------------------------------------------------------------------------------
คุณอัญชลิตมาจุดประกาย เรื่องพระเกจิยุคเก่าของเมืองเพชรฯ ที่กะทู้ข้างล่าง
ทำให้นึกอยากหาข้อมูลของ "หลวงพ่อชุ่ม วัดกุฏิ บางเค็ม" อาจารย์ผู้ประสิทธิ์วิชาทำปลัดฯ ไม้ผูกคอตายให้หลวงพ่อตัด
เท่าที่ผ่านมา จะได้รับรู้กันจากคำบอกเล่า ยังไม่เคยลองค้นข้อมูล ไม่ทราบฉายา หรือสมณศักดิ์ของท่านเลย

เมื่อหาข้อมูลแล้วปรากฎว่า หลวงพ่อชุ่ม ท่านก็สร้างบารมีทางด้านงานช่าง ศิลปกรรม ไว้โดดเด่นทีเดียว

จาก http://www.takola.com/sonst/wat_kut.htm

อุโบสถไม้สัก วัดกุฏิ
ต. บางเค็ม อ. เขาย้อย จ. เพชรบุรี

คำถามที่ทุกคนสงสันว่าทำไมถึงต้องมาที่นี่?
ที่นี่มีอะไร สำคัญอย่างไร จึงต้องมาชม?

1. เป็นตำนานที่ยิ่งใหญ่ของวาการพระพุทธศาสนาของโลก
ประกอบด้วยเรื่องราวพุทธประวัติที่ชาวพุทธ ทั่วโลกเคารพนับถือ
2. เป็นอุโบสถไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
3. เป็นอุโบสถไม้สักที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
4. อุโบสถไม้สักนี้ฝาผนังแกะสลักโดยรอบ
5. เป็นสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนอุโบสถวัดใดๆ
6. หน้าต่างและประตูที่แกะสลักไว้อย่างวิจิตรงดงาม
7. เป็นภูมิปัญญาไทยที่คนต่างชาติยังทึ่ง ในงานและยังชมว่า
เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศไทยจริงๆ (Amazing Thailand)
8. เป็นสมบัติของคนไทยทุกคนที่ควรช่วยกันอนุรักษ์

วัดกุฏิ (บางเค็ม)
เป็นวัดมหานิกาย ตั้งอยู่หมู่ที่ ๔ ตำบลบางเค็ม อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี อยู่ห่างจากทางหลวงสายเพชรเกษม ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ ๑๒๙-๑๓๐ เข้าไปเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตรเศษ วัดกุฏิสร้างมาราวปลายสมัยอยุธยา หรือ ต้นสมัยรัตนโกสินทร์ ประมาณ ๒๐๐ ปีเศษ และมีพัฒนามาเป็นลำดับโดยมี พระครูเกษมสุตคุณ (หลวงพ่อชุ่ม) เจ้าอาวาสขณะนั้น เป็นดำเนินการสร้างอุโบสถหลังนี้ด้วยไม้สักทั้งหลัง และใช้ไม้มะค่าเป็นเสา ไม่ที่ใช้ในการก่อสร้างนี้ ท่านนำมาจากจังหวัดนครสวรรค์ ล่องแม่น้ำเจ้าพระยาจนมาถึงคลองบางเค็มท่าน้ำข้างวัด ท่านตั้งใจสร้างอุโบสถไม้สักแกะสลักนี้ให้เป็นตำนานที่ยิ่งใหญ่ของวงการพระพุทธศาสนา
สำหรับอุโบสถไม้สักแกะสลักนั้น เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ ๖ ได้รับพระทานวิสุงคามสีมา ในต้นรัชกาลที่ ๗ คืนเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๑ ได้ทำการเสร็จเรียบร้อยเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๓ โดยครูช่างฝีมือเมืองเพชรบุรี คือ ช่างเนื่อง ช่างหวาน ช่างปิ่น แกะสลักฝาผนังรอบนอกทั้งหมดเป็นเรื่องราวเทศน์มหาชาติ และ ทศชาติชาดก ช่างเนื่องและช่างหวานยังช่วยกันแกะสลักบานประตู ๒ บาน (ป่าเขาลำเนาไพร) ส่วนช่างระย่อม แกะสลักหน้าต่าง ๑๔ คู่ และบานประตู ๒ บาน (รามเกียรติ) สลักเสลาอย่างอ่อนช้อยและวิจิตรยิ่ง มีค่าทางศิลปะเป็นอันมาก ส่วนฝาผนังที่มีภาพและเรื่องราวของพระโพธิสัตว์อวอิโลกิเตศวร พระถังซำจั๋ง และฝาผนังแกะสลักใต้พระเตมีย์ รวมถึง ช่อฟ้า ใบระกาและหางหงส์นั้น เป็นฝีมือของช่างปูนชาวจีนชื่อ เจ๊กโค่ง ส่วนแรงงานที่ช่วยแกะสลักนั้น เป็นพระภิกษุและสามเณรที่บวชอยู่ในช่วงที่มีการก่อสร้างอุโบสถ (หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ช่างปิ่นได้ทำลายปูนปั้นมาติดที่ซุ้มประตูทั้ง ๔ ช่อง)
กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ (ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔) เพราะเป็นอุโบสถไม้ที่มีขนาดใหญ่มีคุณค่าทางศิลปะ ควรแค่แก่การอนุรักษ์เป็นสมบัติของแผ่นดิน และเป็นอุโบสถไม้สักที่แกะสลักโดยรอบแห่งเดียวในประเทศไทย เพราะส่วนใหญ่จะเป็นภาพวาดหรือการแกะสลักเฉพาะหน้าต่างกับประตูเท่านั้น

อุโบสถไม้สักได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์เสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยกรมศิลปากร เป็นเงินจำนวน ๔,๐๒๐,๐๐๐ บาท อุโบสถไม้สักเป็นความภูมิใจของชาวตำบลบางเค็ม อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เป็นอย่างยิ่งตลอดมา
อุโบสถไม้สักแกะสลัก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกที่สำคัญของจังหวัดเพชรบุรี ก่อนผ่านเข้าสู่อำเภอเขาย้อย และจังหวัดเพชรบุรีต่อไป มีประชาชนให้ความสนใจเข้าชมสถาปัตยกรรมอุโบสถไม้สักแกะสลักเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันมีพระครูวิจิตรวัชรธรรม เป็นเจ้าอาวาส อายุ ๗๖ ปี อายุพรรษาที่ ๕๐ ท่านเป็นเจ้าอาวาสมาตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๑๓ ท่านปรับปรุงกุฏิพระ-วัด เครื่องใช้ไม้สอยต่างเป็นไม้สักเกือบทั้งหมด ท่านมีความชำนาญทางงานไม้ ด้วยฝีมือประณีต สวยงาม สร้างไว้ใช้ภายในวัด และหาเจ้าอาวาสวัดใดเทียบท่านได้ยาก

อุโบสถไม้สัก วัดกุฏิ
อุโบสถไม้สักหลังนี้ เป็นอาคารไม้ขนาดใหญ่ มีขนาดกว้างประมาณ ๗.๕๐ เมตร ยาว ๑๘.๗๐ เมตร (กว้าง ๓ ห้อง ยาว ๗ ห้อง เฉพาะส่วนที่กั้นฝา) ภายในอุโบสถไม่มีเสา อาคารหลังนี้มีเสารวม ๖๐ ต้น เสาแถวนอกสุดเป็นเสาแปดเหลี่ยม (เสาระเบียงรับเชิงชาย) โดยรอบ ๓๒ ต้น แถวในเป็นเสาสี่เหลี่ยม ๒๘ ต้น เมื่อมองด้านข้างจะเป็นหลังคา (รวมทั้งหลังคาพาไล) ทางด้านหน้าและหลังจะเป็นมุขลดยื่นและพาไลขึ้นไปรับมุขทั้งหน้าและหลัง ด้านละ ๑ ชั้น และทางด้านข้างมีตับ หลังคาปีกนกลาดลง ๒ ชั้น เครื่องเงินลำยองเป็นไม้แกะสลัก ลงลักปิดทอง ประดับกระจก แผ่กว้างลดต่ำลงมีลวดลายแกะสลัก จึงเป็นแบบอย่างทางช่างที่ไม่มีอุโบสถแห่งใด เสมอเหมือน โครงหลังคาหน้าบันทั้งสองด้านมีมุขประเจิดลายเป็นไม้แกะสลัก ด้านหน้าเป็นรูปเหรียญเงินตรามงกุฎสมัยแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ ส่วนด้านหลังเป็นรูปเหรียญเงินตราช้างสามเศียรสมัยแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ มีลายกนกเปลวประกอบอย่างสวยงาม
ความคิดผูกลายหน้าบันอย่างนี้ นับเป็นประดิษฐ์การอย่างใหม่ของช่าง ที่มองแล้วให้ความรู้สึกเปิดเผยถึงสภาพจิตของมวลมนุษย์ที่นับวันจะยิ่งยกย่องเงินตราขึ้นสูง และคนจนส่วนใหญ่ได้แต่แหงนมองจนเมื่อยคอยากที่จะหยิบฉวยเงินมาอย่างง่ายดาย

วิธีชมอุโบสถไม้สักแกะสลัก
คือ ต้องอยู่ในระยะห่างที่สามารถเห็นภาพรวมๆได้ทั้งหมดทุกแผง และเชื่อว่าท่านต้องตะลึงกับสิ่งที่เห็นสะดุดตาที่สุด คือ ฝาผนังไม้แกะสลักทั้งหลัง รวมทั้งบานหน้าต่างและบานประตูที่แกะสลักไว้อย่างวิจิตรงดงาม ยากที่จะหาชมได้ในอุโบสถแห่งอื่น นับว่ารวมความเป็นที่สุดไว้ที่นี่แล้ว เป็นอุโบสถไม้สักแกะสลักเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่เหลืออยู่
อุโบสถนี้มีฝาผนังทั้งหมดทั้ง ๒๐ แผง เป็นด้านยาว ด้านละ ๗ แผง ด้านกว้างด้านละ ๓ แผง แต่ละแผงจัดสัดส่วนภาพแกะสลักเป็น ๒ ท่อน มีบานหน้าต่างทั้งหมด ๑๔ คู่ ,บานประตู ๘ คู่ และปูนปั้นเหนือซุ้มประตู ๔ แห่ง
ฝาผนังด้านยาวนี้มี ๗ แผง และมีช่องหน้าต่างที่แกะสลักไว้อย่างสวยงาม เดินเวียนขวาจากหน้าอุโบสถ (ด้านหน้าคือทิศตะวันออก) เดินเวียนขวาไปตามลำดับ โดยเริ่มจากภาพแกะสลักในเรื่องเทศมหาชาติ กัณฑ์ที่ ๑ คือกัณฑ์ทศพร

วัตถุมงคลของพระครูเกษมสุตคุณที่น่าสนใจ
ประกอบด้วยเหรียญรุ่นแรก สร้างฉลองเป็นพระครูสัญญาบัตร มีเนื้อเงิน, ทองแดงและ อัลปาก้า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๕ และสร้างพระผงว่านผสม พิมพ์นาคปรก ท่านได้รับมอบจากเมืองลับแลมีพุทธคุณยอดเยี่ยมทางด้านแคล้วคลาด สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ท่านเป็นหนึ่งในพระเกจิอาจารย์ที่ได้รับนิมนต์ให้ร่วมปลุกเสกพระเครื่องที่วัดกัลยาณี ฝั่งธนบุรี เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๐ และยังมีเครื่องรางอย่างผ้ายันต์ ตะกรุดโทนเขี้ยวเสือ สีผึ้ง ลูกอม ผงนางกวัก

(ข้อมูลจากนิตยสารพุทโธ)

loongyeam@hotmail.com
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : ลูกลุงเยี่ยม(admin) IP ADDRESS : 117.47.66.38 , ,


Posts : 111
Replies : 3380
« Reply #4 เมื่อ 19/04/2009 , 01:47:27 » Edit

ตอบกลับโดย : ลูกลุงเยี่ยม (admin)
เมื่อ 25/12/2008 , 13:59:49

--------------------------------------------------------------------------------

พอได้สมณศักดิ์ของท่าน จึงค้นต่อ ได้พบจากเว็บราฎภัชเพชรบุรี อีกนิด
http://gold.rajabhat.edu/rLocal/stories.php?story=03/01/23/4003752

วัดกุฏิ ตำบลบางเค็ม อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เป็นวัดราษฎร์
ยังไม่ทราบหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่มีประวัติศาสตร์ที่กล่าวกันว่า หลวงพ่อเทียน
ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่บ้านบางเค็มได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดกุฏิ เมื่อประมาณ พ.ศ.2375
ซึ่งขณะนั้นวัดกุฏิยังมีอุโบสถ์และกุฏิเล็กๆ 3 หลังจนกระทั่งถึงปี พ.ศ.2415
หลวงพ่อแฉ่ง ได้เป็นเจ้าอาวาสจึงได้ทำบูรณะกุฏิเก่า และสร้างศาลาบำเพ็ญกุศล พ.ศ.2454
พระครูเกษมสุตคุณ (หลวงพ่อชุ่ม) ได้เป็นเจ้าอาวาสท่านได้ทำการรื้อกุฏิและศาลาซึ่งเก่าและชำรุด
สร้างกุฏิใหม่ 8 หลัง หอฉัน หอสวดมนต์ 1 หลัง ศาลาบำเพ็ญกุศล 5 หลัง หอระฆัง 1 หลัง
และสร้างอุโบสถใหม่เสร็จในปี พ.ศ.2473 เป็นอุโบสถไม้ฐานปูน
ฝาผนังด้านนอกเป็นไม้แกะสลักภาพเรื่องทศชาติชาดก พระเวสสันดรชาดก และไซอิ๋ว
บานหน้าต่างแต่ละบานได้แกะสลักลวดลายไม่ซ้ำกันนับเป็นอุโบสถจำหลักไม้ฝีมือช่างพื้นเมืองที่งดงามมาก

จากคำบอกเล่าเกี่ยวกับวัดกุฏิ บางเค็มนี้สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นวัดโบราณในสมัยอยุธยาหรือรัตนโกสินทร์ตอนต้น

วัดกุฏิ บางเค็ม ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พ.ศ. 2571
นามเจ้าอาวาสวัดกุฏิที่สืบได้คือ
หลวงพ่อเทียน ประมาณ พ.ศ.2375
หลวงพ่อเปี่ยม รัษาการเจ้าอาวาสชั่วคราว
หลวงพ่อแฉ่ง ครองวัดประมาณ พ.ศ.2415 - 2454 มรณภาพ เมื่ออายุ 80 ปี
พระครูเกษมสุตคุณ (ชุ่ม) ครองวัดประมาณ พ.ศ.2454 - 2505
พระครูสุชาติเมธาจารย์ (หน) ครองวัด พ.ศ.2505 - 2513
พระครูวิจิตรวัชรธรรม (ไพเราะ) ครองวัด พ.ศ.2514 - ปัจจุบัน

(ที่มา : สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ. วัดกุฏิบางเค็มโบสถ์ไม้สักจำหลักลาย.,
เพชรบุรี : ม.ป.พ., 2544)

loongyeam@hotmail.com
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : kmitnb IP ADDRESS : 202.176.84.9 , ,



« Reply #5 เมื่อ 19/04/2009 , 15:37:56 » Edit
เมื่อตอนสิ้นปีที่แล้วได้เดินทางไปเพชรบุรี ตั้งใจว่าจะไปวัดชายนา
พอดีทางผ่านเห็นทางเข้าวัดกุฏิบางเค็มพอดี เลยพาคณะออนทัวร์
เข้าไปเยี่ยมชม ซึ่งก็เคยได้ยินประวัติมาบ้างแล้วเกี่ยวกับ โบสถ์ไม้เก่าของวัดกุฏิบางเค็ม แต่ยังไม่เคยแวะเข้าไปดูซักที พอเห็นโบสถ์จริงๆเข้า
แล้วต้องตะลึงในความงดงาม และเก่าแก่มาก ตามแบบสถาปัตยกรรมแบบโบราณ ซึ่งผู้สร้างจะต้องมีฝีมือในการสร้าง แกะสลัก และตกแต่งเป็นอย่างมาก สมกับที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมครับ

ถ้าใครไปเพชรบุรีแล้วก็ลองแวะเข้าไปชมดูนะครับ ถือเป็นสถานที่ที่น่าสนใจอีกแห่งนึงเลยทีเดียวครับ
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : anchalit IP ADDRESS : 114.128.35.67 , ,




« Reply #6 เมื่อ 19/04/2009 , 19:02:25 » Edit
มีใครเคยเห็นปลัดไม้ผูกคอหลวงพ่อชุ่มบ้างครับ รบกวนสอบถามให้หน่อย
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : ลูกลุงเยี่ยม(admin) IP ADDRESS : 117.47.62.243 , ,


Posts : 111
Replies : 3383
« Reply #7 เมื่อ 19/04/2009 , 20:28:05 » Edit

- ขอบคุณ kmitnb มากค่ะ ที่มาแจมกันนะ


- ตอบคุณอันฯ เคยมีคนสงสัยแล้วค่ะ เราเลยไปถามท่านอาจารย์รองให้ ท่านบอกว่า ตัวปลัดฯ ไม่มีเอกลักษณ์อะไรเป็นพิเศษค่ะ ดูจากตอนที่หลวงพ่อขอปลัดฯ หลวงพ่อชุ่มครั้งแรก หลวงพ่อชุ่มก็บอกว่า "ให้ไปหาไม้ ทำปลัดฯ มา แล้วจะเสกให้" หลวงพ่อตัดถามว่า "ใช้ไม้อะไรดี" หลวงพ่อชุ่มตอบ "ไม้ผูกคอ" ดังที่เคยเล่าไว้แล้วนะคะ (ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ทราบว่า หลวงพ่อตัดท่านได้ไม้ผูกคอทำปลัดฯ มาหรือเปล่า)

ถ้าดูจากปลัดฯ ยุคเก่าๆ ของวัดชายนา ก็เป็นไม้อะไรก็ได้ แกะเป็นปลัดฯ แบบดั้งเดิม ไม่ได้ทำเป็นรูปอะไรพิสดารค่ะ จารยันต์แบบขีดๆ ขูดๆ ที่บางคนดูไม่รู้ว่าเป็นยันต์อะไร (เราเองก็เช่นกันค่ะ)




หลังจากไปวัดกุฏิมาแล้ว ก็พยายามถามหลวงพ่อตัด เรื่องเกี่ยวกับหลวงพ่อชุ่มอีก ท่านบอกให้ว่า
เดิมทีท่านเป็นคนบ้านกุ่ม แถวเพชรบุรี แล้วตามไปเรียนวิชากับเจ้าอาวาสองค์ก่อนท่าน ซึ่งก็เก่งมาก ที่วัดกุฏิ "เขาเลยไม่ให้กลับเลย" คือท่านก็ต่อเนื่อง พัวพันอยู่ที่นั่น จนได้เป็นเจ้าอาวาสรูปต่อมา
หลวงพ่อตัด (เผลอ) เล่าว่า ท่านไปเรียนกับหลวงพ่อชุ่มปี 2496 ค่ะ

loongyeam@hotmail.com
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : ลูกลุงเยี่ยม(admin) IP ADDRESS : 117.47.62.243 , ,


Posts : 111
Replies : 3385
« Reply #8 เมื่อ 19/04/2009 , 20:46:24 » Edit

อีกนิด
เราพยายามเก็บเหรียญ และรูปหลวงพ่อชุ่ม มาจากวัดกุฏิ ค่ะ เพื่อนำมาเป็นเครื่องชี้นำในการขอข้อมูลหลวงพ่อตัดเพิ่ม




ท่านก็ดู แล้วบอกเพียงว่า รู้...รู้ สั้นๆ (เข็มกลัดนี้ ทำในสมัยเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ราวปี 39)
ตอนเย็นๆ หลวงพี่ที่วัดชายนาเข้ามาร่วมวงสนทนา...จึงบอกว่า หลวงพ่อมีหนังสือ "พระดีศรีเมืองเพชร"
ในนั้นมีรูปและประวัติหลวงพ่อชุ่มพอสังเขป แย๊บๆ ถามว่า "หนูขอยืมอ่านได้ไหมคะหลวงพ่อ"
หลวงพ่อบอกว่า "ไม่รู้อยู่ตรงไหน"     หลวงพี่ถามเราว่า จะเก็บเอาเข็มกลัดมาทำไม
เราบอกว่า "เอามาเป็นเครื่องระลึกถึงบูรพจารย์..." แต่หลวงพ่อบอกว่า "เอามาขายสิ ขายได้"
จึงว่าต่อ "ฮื้อ ขายได้หรือคะหลวงพ่อ ใครจะซื้อคะ หนูให้หลวงพ่อไหมคะ"
หลวงพ่อบอกว่า "กูมีเหรียญรุ่น 1 ของท่านแล้ว" พวกเราฮือฮา...แล้วว่า นั่นสิ หลวงพ่อถึงไม่ค่อยสนใจของที่เรานำมา

loongyeam@hotmail.com
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : ลูกลุงเยี่ยม(admin) IP ADDRESS : 117.47.62.243 , ,


Posts : 111
Replies : 3387


« Reply #9 เมื่อ 19/04/2009 , 22:50:42 » Edit

ตอนไปวัดกุฏิ เราได้พบกับหลวงพ่อไพเราะ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน อายุ 81 แล้ว แต่ยังแข็งแรงมากๆ ค่ะ
ได้กราบเรียนท่านว่า เรามาจากแถวๆ วัดชายนา ที่หลวงพ่อตัดเป็นเจ้าอาวาส และหลวงพ่อตัดท่านเคยมาเรียนวิชาที่นี่
หลวงพ่อไพเราะท่านก็รับทราบ - สอบถามท่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลวงพ่อชุ่ม ก็ทราบว่า เป็นอาจารย์ของท่านเอง
และดูหลวงพ่อไพเราะจะสืบสานงานด้านช่าง ด้านศิลปกรรม ในวัดกุฏิได้เป็นอย่างดี
ตอนหนึ่งท่านเล่าถึงหลวงพ่อชุ่ม และโบสถ์ไม้สักจำหลักลายนี้ว่า
"เคยถามหลวงพ่อ ว่าทำไมทำลายออกมาด้านนอกโบสถ์ ไม่ทำไว้ด้านในโบสถ์เล่า
หลวงพ่อชุ่มก็บอกว่า เอ็งน่ะไม่รู้อะไร จะทำอวดเขา ก็ต้องเอาไว้ด้านนอกสิ"
หลวงพ่อไพเราะพูดยิ้มๆ บอกว่า "มันดูแลรักษายาก..."
แต่ปรากฎว่า โบสถ์หลังนี้ก็ได้อวดสายตาชาวโลก ในฐานะ อเมซิ่ง ไทยแลนด์ ตามที่หลวงพ่อชุ่มพูดไว้จริงๆ

หลวงพ่อไพเราะท่านดูใจดี พูดคุยตอบข้อซักถามซ่อกแซ่กของพวกเราด้วยดี แต่พอขอถ่ายภาพ ท่านกลับชะงัก
บอกว่า "อย่าเลย ไม่เรียบร้อย ไม่งามหรอก" นึกถึงหลวงพ่อตัดขึ้นมาเลยค่ะ
ศิษย์วัดบอกว่า หลวงพ่อทำงานช่างในวัดเองหลายๆ อย่าง บางครั้งก็ขึ้นหลังคาเอง ท่านจึงแข็งแรงอย่างนี้

loongyeam@hotmail.com
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : tawandub IP ADDRESS : 222.123.144.95 , ,


Posts : 1
Replies : 19
« Reply #10 เมื่อ 21/04/2009 , 00:58:41 » Edit
"อย่าเลย ไม่เรียบร้อย ไม่งามหรอก"
-----------------------------------------------------------------

อ่านแล้ว จับใจเลยครับ
kelvin_ton@hotmail.com
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : Alex IP ADDRESS : 117.47.88.177 , ,



« Reply #11 เมื่อ 21/04/2009 , 14:39:39 » Edit
ขออนุญาตเล่าตอนที่เรากำลังสนทนากับหลวงพ่อไพเราะเสริมนิด นะครับ!

ขณะที่เราสนทนาเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ สังเกตได้ว่าหลวงพ่อยังระแวงๆพวกเราอยู่
ท่านไม่อนุญาตให้เราเข้าไปในวิหาร(อาจเปนเพราะเลยเวลาแล้ว) หลวงพ่อพูดว่า
"คนสมัยนี้ดูกันยาก เข้ามาดู เผลอเข้ามา สบโอกาสก็ขโมยทรัพย์ ลอบตัดเศียรพระไปขายฝรั่งมันไม่รู้จักบาป" และพี่ที่เปนศิษย์วัดที่อยู่ด้วยก็เสริมว่า "โน่น บางทีไปเจอตู้บริจากวางเหลือแต่ตู้เปล่าอยู่กลางทุ่งโน่น" พี่แกพูดพร้อมชี้มือไปที่ทุ่งนาหน้าวัด อันที่จริงเรา (ผมกะลลย.) หน้าตาดูแล้วก็ไม่เหมือนคนดีซั๊กเท่าไหร่ จึงเข้าใจเหตุผลทุกประการ คุณลลย.จึงเปลี่ยนประเด็น "หลวงพ่อพอจามีวัตถุมงคลให้บูชาบ้างมั้ยเจ้าคะ?" "มี แต่อย่าเอาเลย! มันไม่ขลัง ถ้ามันขลังจริงมันต้องชี้นกเปนกา ชี้กาเปนไม้ได้" หลวงพ่อตอบอย่างฉะฉาน พอเห็นว่าวิธีไม่เปนผลคุณ ลลย.ก็ใช้แผนBต่อทันที "เอ่อ..หลวงพ่อเจ้าคะ มีตู้รับบริจาคไหมเจ้าคะลูกจะขอทำบุญ" พอดีศิษย์ยังอยู่ด้วยจึงนำพวกเราเข้าไปข้าง แลก็ได้ภาพมาเพิ่มเติม แลของบางอย่าง อย่างไม่คาดคิด (นับว่ายังพอมีบุญวาสนาอยู่บ้าง)

นี่คือบางตอนของการไปเที่ยว ณ.วัดกุฏิ ในวันนั้ลลล.
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : ลูกลุงเยี่ยม(admin) IP ADDRESS : 222.123.89.56 , ,


Posts : 111
Replies : 3410


« Reply #12 เมื่อ 21/04/2009 , 15:04:42 » Edit

อิอิ เห็นภาพๆ    

อยู่ใกล้วัดชายนา ทำให้ได้วิชา พลิ้วลม พลิกสถานการณ์ ได้นะคะ
เพราะด้วยหน้าตาเป็นอาวุธ หลวงพ่อท่านเลยตั้งการ์ดปิดประตูทุกบานเลย


ขนาดนั่งอยู่ด้านหน้ากุฏิ พูดคุยอยู่นาน จนฝนตก...น้ำเริ่มนองเข้ามาตรงที่พวกเรานั่งกันอยู่
หลวงพ่อยืนคุย ลลย. เลยขออนุญาต (ในใจ) ยืนคุยด้วย
แต่พี่อเล็กซ์ทุ่มทุนสร้าง นั่งพนมมือคุยต่อแบบเปียกๆ - หลวงพ่อเลยเห็นใจด้วยนะเนี่ย    


ดูเหมือนว่า พระยุคเก่าๆ นี้ หากเราไม่เอ่ยปากขอ ไม่เอ่ยปากว่าจะทำบุญ ท่านก็จะไม่ชักชวน ไม่โฆษณาชวนเชื่อค่ะ
(คล้ายๆ หลวงพ่อตัดอีกเช่นกัน)

loongyeam@hotmail.com
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : Alex IP ADDRESS : 117.47.163.203 , ,



« Reply #13 เมื่อ 21/04/2009 , 18:15:36 » Edit
แฮะๆ..ไม่ได้ทุ่มทุนอะไรหรอกครับ..แหม.คุณน้องน้ำไหลมาไม่สะกิดกันเลยนิ
ปล่อยให้เรานั่งแช่น้ำอยู่คนเดียว.. แต่ผมคิดว่ามันก็คุ้มขอรับ

อีกอย่างที่ผมเห็นคือหลวงพ่อไพเราะท่านไม่เชียร์วัตถุมงคลของท่าน แถมยังบอกว่าไม่ดี ไม่ขลัง คล้ายๆหลวงพ่อตัดเลย สมกับเปนศิษย์ร่วมครูกันจริงๆ
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : anchalit IP ADDRESS : 117.47.62.152 , ,



« Reply #14 เมื่อ 30/04/2009 , 17:24:59 » Edit
ขอบคุณสำหรับข้อมูลคร้าบ
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : คนห้วยโรง IP ADDRESS : 125.27.149.148 , ,




« Reply #15 เมื่อ 12/11/2010 , 16:34:59 » Edit
ตัวผมเคยบวชอยู่ที่วัดห้วยโรง เคยได้พูดคุยกับ
พระรูปหนึ่งอายุประมาณ 80 กว่า แต่ตอนนี้มรณะภาพไปแล้ว
เล่าให้ฟังว่า สมัยนั้นที่วัดกุฏิมีงาน และวัดห้วยโรงก็ได้รับนิมนต์
และได้เวลาพระลูกวัดเตรียมพร้อมรอหลวงพ่อหนึ่งอยู่ แต่หลวงพ่อหนึ่งยังไม่พร้อม เลยบอกพระลูกวัดให้เดินทางไปก่อน สมัยก่อนการเดินทางต้องเดินเท้า
พระลูกวัดก็ไปก่อน แต่พอไปถึงวัดกุฏิ เห็นหลวงพ่อหนึ่งท่านนั่งสนทนาธรรมกับหลวงพ่อชุ่มอยู่แล้ว เป็นที่ประหลาดใจของพระลูกวัดอย่างมาก
(วัดห้วยโรงกับวัดกุฏิ ห่างกันประมาณ 5-6 กม.)
และอีกอย่างหนึ่งคนเก่าเล่าว่า หลวงพ่อชุ่ม วัดกุฏิ
เคยพูดว่า หลวงพ่อหนึ่งเป็นพระที่น่ากราบไหว้ได้สนิทใจมาก
na_tone@hotmail.com
แจ้งลบกระทู้ หรือ ลบผู้ตอบกลับ ตอบกลับโดย : ลูกลุงเยี่ยม(admin) IP ADDRESS : 101.108.102.113 , ,


Posts : 185
Replies : 6527
« Reply #16 เมื่อ 09/08/2012 , 21:37:45 » Edit
ขอบคุณคุณคนห้วยโรงมากนะคะ
ที่มาเล่าเรื่องเก่าๆ ให้ฟัง
พระเกจิเมืองเพชร เก่งจริง ขลังจริง

loongyeam@hotmail.com
ตอบกลับกระทู้นี้
  ไอคอนข้อความ :
** ชื่อ : สมัครสมาชิก : เข้าสู่ระบบ
** Security Code : ! ใส่ Code ตามที่ปรากฏที่ภาพด้านข้าง
กรุณากด F5 หาก Security Code ไม่แสดงผล
  อีเมล์ :
  รูปภาพประกอบ : ขนาดไม่เกิน 100KB **สมาชิกเท่านั้น
(BBZnet.com เพิ่มเนื้อที่เก็บภาพให้แต่ละบอร์ดมากถึง 1GB ต้องการมีเว็บบอร์ดของตัวเอง คลิกที่นี่เพื่อสมัครสมาชิก)
  ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
** ข้อความ :

ไอคอนอื่นๆ
  ใช้ไอคอน
B i U URL CENTER IMG Li Font QUOTE Special Tag
( เปลี่ยนไปใช้งานแบบ HTML Editor Mode, ต้องการ IE6+ และเปิดใช้งาน Java Script )
    คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ webmaster@bbznet.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด